Where Is The Toilet Please? (Thai: ห้องน้ำไปทางไหน[hongnam pai thang hnai]) | ตีแตกภาษาอังกฤษ

"ห้องน้ำอยู่ตรงไหนคะ/ครับ" ภาษาอังกฤษคือ???


เราๆท่านๆทราบกันดีอยู่แล้วว่า ห้องน้ำ ห้องส้วม จำเป็นอย่างมากที่เราจะต้องรู้ประโยคในการถามทางไปสู่ห้องน้ำ ห้องส้วม ห้องสำหรับใช้อาบน้ำ ถ้าฉุกเฉินขึ้นมาแล้วล่ะก็! ซู๊ด ๆ ๆ ซี๊ด ๆ ๆ

ถ้าไม่ทราบภาษาอังกฤษเลย อาจจะไปหาที่ปลดทุกข์ไม่ทันก็เป็นได้ครับ

กรณีที่เรามีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศหรือไม่ก็มีชาวต่างประเทศ เช่น นักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติที่มาพักอาศัย มาทำงานอยู่ในประเทศไทยเรา

เมื่อท่านต้องการจะไปห้องส้วมหรือมีฝรั่งมาถามท่านว่าจะไปห้องน้ำห้องส้วมอย่างไร เรามาดูประโยคเพื่อใช้เป็นแนวถาม-ตอบกันดังต่อไปนี้ครับ

Where is the toilet please?
แวร์ อิส เดอะ ทอยเล็ต พลีส
ห้องน้ำไปทางไหนครับ/คะ

หรือจะใช้ประโยคนี้แทนก็ได้นะครับ

Where is the restroom please?
แวร์ อิส เดอะ เรสท์รูม พลีส
ห้องน้ำไปทางไหนครับ/คะ

ถ้าเราจะถามว่าที่นี่มีห้องน้ำห้องส้วมไหม ใช้ประโยคนี้ครับ

Do you have the toilet/restroom please?
ดู ยู แฮฟว์ เดอะ ทอยเล็ต/เรสท์รูม พลีส
คุณมีห้องส้วมไหม

แต่ถ้าเราต้องการไปห้องอาบน้ำ ย้ำ"ห้องอาบน้ำ"นะครับ ใช้ประโยคนี้แทนครับ

Where is the shower room please?
แวร์ อิส เดอะ เชาเวอร์รูม พลีส
ห้องอาบน้ำไปทางไหนครับ/คะ

หรือจะพูดประโยคด้านล่างนี้ก็ได้เช่นกันครับ

Where is the bathroom please?
แวร์ อิส เดอะ บาธรูม พลีส
ห้องอาบน้ำไปทางไหนครับ/คะ

Topics(หัวข้อ)
Details(รายละเอียด)
Sentence(ประโยค) Where is the toilet please?
English pronunciation(คำอ่าน) แวร์ อิส เดอะ ทอยเล็ท พลีส
Translation(แปล) ห้องน้ำไปทางไหนคะ/ครับ
Thai pronunciation(คำอ่าน) hong-nam pai thang hnai kha/khrap

วิธีที่ดีที่สุด เราควรดูลาดเลาไว้แต่เนิ่นๆครับว่าห้องน้ำห้องส้วมในสถานที่นั้นๆตั้งอยู่บริเวณไหน เผื่อฉุกเฉินขึ้นมาก็จะได้ไปได้ทันทีครับ



Vocabulary | คำศัพท์
Pronunciation | คำอ่าน
Translate to English | แปล
Bathroom บาธรูม  ที่อาบน้ำ ห้องอาบน้ำ โรงอาบน้ำ
Do ดู ทำ จัดการ เดินทาง พอเพียง มีพอเพียง ลงโทษ เลียนแบบ แวะเยี่ยม ศึกษา เสพยา / กริยาช่วยใช้ขึ้นต้นประโยคคำถาม
Have แฮฟว์ มี กิน ได้รับ มีคุณสมบัติ (ใช้กับประธานพหูพจน์และ I you they we)
Is อิส เป็น อยู่ คือ
Please พลีส กรุณา โปรดเถอะ
Restroom เรสท์รูม ห้องน้ำ ห้องพัก
Shower room เชาเวอร์รูม  ห้องอาบน้ำ
The เดอะ อติเคิลนำหน้านามเฉพาะ
Toilet ทอยเล็ต ห้องน้ำ ห้องส้วม สุขา โถส้วม เครื่องแต่งตัว การแต่งบาดแผลหลังการผ่าตัด
Where แวร์ ที่ไหน ในที่ซึ่ง สถานที่(ที่ไม่รู้จัก)
You ยู ท่าน คุณ เธอ มึง เจ้า ไอ้ แก ลื้อ เอ็ง ใต้ฝ่าพระบาท ใต้ฝ่าละอองพระบาท ใต้เท้า พวกคุณ แม่นาง พวกเธอ

See more another words:
Would you like to see my other blogs?:

อยากรู้ ถามว่า"คุณเกิดที่ไหน?" ภาษาอังกฤษพูดยังไง? [Where Were You Born?] = คุณเกิดที่ไหน?[khun keout thi hnai])

"คุณเกิดที่ไหน=Where were you born?" ใช้ตอนไหน? สามารถใช้ในหลายๆสถานการณ์ที่มีการถามสถานที่เกิดของคนนั้นๆ เช่น


1) การกรอกเอกสารราชการ
2) การกรอกใบสมัครงาน
3) การตอบคำสัมภาษณ์งานทางโทรศัพท์
4) การให้สัมภาษณ์ต่อหน้าผู้สัมภาษณ์
5) การพูดคุยถามไถ่ข้อมูลส่วนตัวเพื่อทำความรู้จัก

ถามได้ด้วยประโยคนี้ครับ:-  "คุณเกิดที่ไหน=Where were you born?"



คุณเกิดที่ไหน?

ก็ถือว่าเป็นคำศัพท์ที่จำเป็นอีกคำหนึ่งที่เราต้องใช้มันให้เป็นครับ

กรณีคำถามที่ว่า "Where were you born?" นั้น คำถามจะหมายถึง ประเทศ เมือง จังหวัด แต่ถ้าจะตอบให้ละเอียด อาจจะตอบตั้งแต่โรงพยาบาลที่เกิด ตามด้วยอำเภอหรือเป็นจังหวัดก็ได้ครับ

ประโยคภาษาอังกฤษมีอยู่ประโยคเดียวที่ผมนำมาตีแตกกันวันนี้ครับ คือ

Where were you born? ซึ่งแปลว่า เกิดคุณที่ไหน นั้นถ้าเราจะเติมคำว่า Please ต่อท้ายประโยคเข้าไปด้วยก็จะดูมีเสน่ห์ขึ้นครับ ดังตัวอย่างในตารางด้านล่าง


Topics(หัวข้อ)
Details(รายละเอียด)
Sentence (ประโยค) Where were you born, please?
English pronunciation (คำอ่าน) แวร์ เวอร์ ยู บอร์น พลีส
Translation (แปล) คุณเกิดที่ไหนคะ/ครับ
Thai pronunciation (คำอ่าน) khun keout thi hnai
Tense (รูปกาล) Past perfect (passive voice)
Rule (กฏ) was, were + v. participle (ช่อง 3)

ประโยคคำถามนี้จะใช้เป็นรูปอดีตกาลสมบูรณ์เสมอ were born ใช้กับ you, we, they ส่วน was born ใช้กับ I, he, she และ it ครับ

ประโยคคำตอบ คือ

I was born in BKK.
ไอ วอส บอร์น อิน แบงค์คอค
ฉันเกิดที่กรุงเทพฯ

เราเพียงเปลี่ยนแปลงประโยคโดยใช้ศัพท์ที่เป็นสถานที่ๆเกิดใส่ลงไปแทนคำเดิมคือ BKKครับ เช่น

Where was I born?
แวร์ วอส ไอ บอร์น
ฉันเกิดที่ไหน

I was born in London.
ไอ วอส บอร์น อิน ลอนดอน
ฉันเกิดที่ลอนดอน


Where was she born?
แวร์ วอส ชี บอร์น
หล่อนเกิดที่ไหน

She was born in France.
ชี วอส บอร์น อิน ฟรานซ์
หล่อนเกิดที่ประเทศฝรั่งเศส


Where was he born?แวร์ วอส ฮี บอร์น
เขาเกิดที่ไหน

He was born in Khonkaen.
ฮี วอส บอร์น อิน ขอนแก่น
เขาเกิดที่ขอนแก่น


Where were they born?
แวร์ เวอร์ เดย์ บอร์น
พวกเขาเกิดที่ไหน

They were born in India.
เธย์ วอส บอร์น อิน อินเดีย
พวกเขาเกิดที่อินเดีย



เติมคำว่า "Please" ต่อท้ายประโยคด้วยก็ดีครับ เพื่อให้แลดูสุภาพมากกว่าถามแบบห้วนๆครับ

ไม่ว่าจะเกิดในประเทศ ตำบล อำเภอ จังหวัด หรือโรงพยาบาล ท่านสามารถนำคำศัพท์ของสถานที่นั้นๆใส่แทนลงไปแทนที่...ได้เลยครับ

Where were you born?

I was born in (..............)

หวังว่าเพื่อนๆจะได้นำไปใช้กันนะครับ ขอบคุณที่ติดตามบล็อกของผม
สวัสดีครับ
ไมเคิล เล้ง

See more:
    Vocabulary
    Pronunciation
    Translate to English
    BKK. แบงค์คอก กรุงเทพฯ
    Where แวร์ ที่ไหน ในที่ซึ่ง สถานที่(ที่ไม่รู้จัก)
    Born บอร์น เกิด
    France ฟร้านซ์ ประเทศฝรั่งเศส(ทวีปยุโรป)
    he ฮี เขา(ผู้ชาย)
    I ไอ กระหม่อม, กัน, กู, ข้า, ข้าพเจ้า, ข้าพระพุทธเจ้า, ฉัน, ดิฉัน, ผม, อั๊ว(คำนาม)
    In อิน ใน
    India อินเดีย ประเทศอินเดีย(ทวีปเอเชีย)
    Khonkaen ขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น(ภาคอีสานของไทย)
    London ลอนดอน กรุงลอนดอน(เมืองหลวงประเทศอังกฤษ)
    She ชี หล่อน เธอ
    They เดย์ มันทั้งหลาย
    Was วอส เป็น อยู่ คือ(past ของ is)
    Were เวอร์ เป็น อยู่ คือ(past ของ am/are)
    Where แวร์ ที่ไหน ในที่ซึ่ง สถานที่(ที่ไม่รู้จัก)

    Why Don’t You Make A Study Timetable To Manage Your Time Wisely? l แปลว่าอะไร

    เรียนรู้การใช้คำศัพท์ "Study Timetable" กันครับ

    ถ้าจะพูดถึงการเรียนก็ดี การทำงานก็ดี การเดินทาง การออม เป็นต้น เรื่องทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ถ้ามีการวางแผนที่ดีก่อนล่วงหน้าก็จะทำให้เราเห็นภาพชัดเจน มีเป้าหมายให้เราเดินทางไปให้ถึงจุดหมายได้ง่ายครับ ท่านเห็นด้วยหรือไม่


    การเรียนภาษาอังกฤษก็เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการศึกษาคว้าด้วยตนเองแล้วล่ะก็ เช่น การฝึกพูด ฝึกอ่าน ฟัง เขียน เราจะต้องมีความตั้งใจที่แน่วแน่และหนักแน่นที่จะฝึกฝนทำมันอย่างสม่ำเสมอ ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง พูดง่ายๆคือ ไม่ขี้เกียจน่ะครับ

    การนำตารางการเรียนการฝึกมาใช้จะเป็นเครื่องมือย่างหนึ่งที่ช่วยให้เราตั้งใจฝึกภาษามากกว่าการที่เราคิดว่าเดี๋ยวว่างๆก่อนแล้วค่อยอ่าน ค่อยฝึกครับ

    ผมถือโอกาสนำประโยคนี้มาตีแตกกันครับ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านได้สู้กันต่อไปครับ ไม่ยากครับภาษาอังกฤษ แต่ต้องใกล้ชิดมันนิดนึง อย่าห่างมัน ใช้กันทุกวัน ๆ เดี๋ยวก็ไหลรื่นไปเองโดยอัตโนมัติครับ

    ประโยคที่ยกมาด้านล่างจะใช้คำว่า Why don't ซึ่งปกติเราจะพบคำว่า Why do โดยทั่วๆไปใช่ไหมครับ

    Why don't ใช้ในลักษณะถามแบบเชิญชวน อย่างเช่น ทำไมไม่ทำอย่างนั้น อย่างนี้ เป็นต้นครับ

    Topics(หัวข้อ)
    Details(รายละเอียด)
    Sentence (ประโยค) Why don’t you make a study timetable to manage your time wisely?
    English pronunciation (คำอ่าน) วาย ด็อนท์ ยู เมค อะ สตั๊ดดี ไทม์เทเบิ้ล ทู แมนเน็จ ยัวร์ ไทม์ ไวส์ลีย์
    Translation (แปล) ทำไมท่านไม่ทำตารางการเรียนเพื่อง่ายต่อการจัดเวลาการเรียน
    Thai pronunciation (คำอ่าน) tham mai than mai tham tarang kan rian phue ngai to kan chat-kan wela kanrian

    • Vocabulary (ศัพท์)
    why ทำไม

    don't อย่า อย่าทำ ไม่ทำ ห้ามทำ

    you ท่าน คุณ

    make ทำ

    study เรียน

    timetable ตารางเวลา

    manage จัดการ บริหาร

    your ของท่าน

    time เวลา

    wisely อย่างฉลาด

    <>

    See more words:
    Would you like to see my other blogs?:

    "5 คำทักทายภาษาอังกฤษ(Good Morning, Good Afternoon, Good Evening, Hello, Hi)" | ตีแตกภาษาอังกฤษ



    "สวัสดี" ภาษาอังกฤษพูดอย่างไร


    ถ้าจะฝึกภาษาอังกฤษ เริ่มต้นที่ไม่มีพลาดก็คือต้องเริ่มต้นด้วยการกล่าวทักทายด้วยคำเหล่านี้ Good Morning, Good Afternoon, Good Evening, Hello, Hi กันซะก่อน ก่อนที่จะไป step อื่นๆครับกระผม

    สวัสดีครับ ผมชื่อเล้งครับ วันนี้ผมจะนำประโยคภาษาอังกฤษที่มีประโยชน์มา share ให้ท่านที่สนใจภาษาอังกฤษได้รับความรู้และเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันกันเหมือนเดิมที่บล็อก "ตีแตกภาษาอังกฤษ : English Of The Day"  กันเหมือนเดิมเป็นประจำที่นี่แหละครับ

    และสำหรับวันนี้เราจะเสนอคำว่า ..."5 คำทักทายภาษาอังกฤษ(Good Morning, Good Afternoon, Good Evening, Hello, Hi)"... ครับ รับรองครับว่าท่านได้สิ่งที่ดีๆและคุ้มค่ากับเวลาที่อ่านเรื่องของเราที่นำเสนอในวันนี้อย่างแน่นอนครับ

    เป็นธรรมเนียมปฏิบัติสากลของคนทุกชาติทุกภาษา เมื่อเวลาพบกันก็ต้องมีการทักทายปราศัยซึ่งกันและกัน (ภาษาอังกฤษใช้พูดทักทายกันคือ Good Morning, Good Afternoon, Good Evening, Hello, Hi)


    สวัสดีครับ/ค่ะ : Hello, Hi

    แม้กระทั่ง ชนเผ่าพื้นเมืองอย่างเช่น เผ่าเมารีในประเทศนิวซีแลนด์ ใช้วิธีการทักทายด้วยการเอาจมูกชนกัน(Hongi) ครับ

    สำหรับคนไทยเราก็จะใช้วิธียกมือไหว้แล้วตามด้วยการกล่าวคำว่า "สวัสดีค่ะ/ครับ"

    ธรรมเนียมของชาวตะวันตกจะใช้วิธีจับมือกันและเขย่าขึ้นลงเบาๆที่เราเรียกกันจนติดปากว่า เช็คแฮนด์(Shake hands)



    การกล่าวคำทักทายหรือ Greeting [กรีตติ้ง] ในภาษาอังกฤษนั้นแตกต่างกับภาษาไทยที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า สวัสดี ตามช่วงเวลาคือ เช้า กลางวันและเย็นครับ ดูรายละเอียดด้านล่างและนำไปใช้ในชีวิตจริงได้เลยครับ


    ของฝากจากผู้เขียน   Michal Leng คลิกเพื่อดูประวัติ(ภาษาอังกฤษ)แน่ใจนะว่าลิ้งค์พวกนี้เป็นเพียง 🔺เอามะพร้าวห้าวมาขายสวน🔺 ก็เท่านั้น!"




    • เวลาเช้า

    Good morning.
    กูด มอร์นิ่ง
    สวัสดี(ตอนเช้า)

    • เวลากลางวัน

    Good afternoon.
    กูด อาฟเตอร์นูน
    สวัสดี(ตอนกลางวัน)

    • เวลาเย็น

    Good evening.
    กูด อิฟนิ่ง
    สวัสดี(ตอนเย็น)

    • ใช้ได้ทุกเวลา

    Hello.
    เฮลโล
    หวัดดี

    • ใช้ได้ทุกเวลา (เฉพาะกับเพื่อนสนิทหรือวัยเดียวกัน)

    Hi.
    ไฮ
    หวัดดี

    สำหรับคำตอบรับก็ใช้คำเดียวกันกับคำทักทายได้เลยครับ ยกตัวอย่าง เช่น

    ตัวอย่างประโยคสนทนาทักทายกัน

    John:

    Hello Ann, how are you today?
    เฮลโล แอน ฮาว อาร์ ยู ทูเดย์
    สวัสดีแอน คุณเป็นอย่างไรบ้างวันนี้

    Ann:

    Hello John, I am okay, Thanks. What about you?
    เฮลโล จอห์น ไอ แอม โอเค แทงค์ส ว็อท อเบ้า ยู
    สวัสดี จอห์น ฉันสบายดี ขอบคุณ แล้วคุณล่ะเป็นอย่างไรบ้าง

    What about you?
    ว็อท อเบ้า ยู
    แล้วคุณล่ะเป็นอย่างไรบ้าง

    John:

    I am so so. Thanks.
    ไอ แอม โซโซ แทงค์ส
    ฉันก็เรื่อยๆอ่ะนะ/ก็งั้นๆแหละ ขอบคุณ


    สังเกตดูคำที่จอห์นทักคือ "Hello" ใช่ไหมครับ แอนก็ใช้คำว่า "Hello" ทักทายกลับเช่นกันครับ

    ตารางคำทักทาย

    Topics(หัวข้อ)
    Details(รายละเอียด)
    Sentence (ประโยค)Good morning, good afternoon, good evening, hello, hi
    English pronunciation (คำอ่าน)กูด มอร์นิ่ง, กูด อาฟเตอร์นูน, กูด อิฟนิ่ง, เฮลโล, ไฮ
    Translation (แปล)สวัสดีครับ / ค่ะ
    Thai pronunciation (คำอ่าน)Sawasdi khrup / kha

    ลองนำไปฝึกเขียนและพูดกันดูนะครับ

    Additional Explanation (อธิบายเพิ่มเติม)

    ทุกคำแปลว่าสวัสดี แต่มีการใช้ที่แตกต่างกันครับคือ Good morning ใช้ตอนเช้า  Good afternoon ตอนกลางวัน  Good evening ใช้ตอนเย็นครับ ส่วน  Hello กับ Hi ใช้ได้ทุกเวลาครับ

    คำว่า Hi ใช้กับเพื่อนหรือวัยเดียวกับเรานะครับ ไม่เหมาะสำหรับใช้กับผู้ใหญ่หรือเจ้านายครับ เพราะว่าเป็นคำที่กันเองม๊ากมาก...ก็แหม...ถ้าไปทักกับคุณปู่คุณย่าว่า "Hi! what's up? grand ma" มันคงพิลึกน่าดู หรือไม่ก็คงถูกท่านเอ็ดเอาเป็นแน่แท้ครับ

    ผมหวังเป็นอย่างที่สุดว่าสิ่งที่เราค้นหา เลือกสรรค์ และนำมาเขียนเพื่อ share ให้กับท่านในวันนี้ จะมีประโยชน์ต่อธุรกิจ การงาน หรือว่าต่อตัวท่านเองเป็นอย่างสูงนะครับ

    อีกทั้งยังจะช่วยให้ท่านได้นำไปต่อยอดหรือเติมเต็มการใช้งานในแวดวงที่ใช้ภาษาอังกฤษร่วมอยู่ด้วยได้เป็นอย่างดี...

    หากมีสิ่งขาดตก บกพร่องอย่างใด ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ

    และถ้าสิ่งที่ท่านได้รับในวันนี้ ท่านคิดว่าดีและมีประโยชน์ ผมขอร้องให้ท่านช่วย share เพื่อมอบสิ่งดีๆเหล่านี้ให้กับคนที่ท่านรู้จักด้วยจักเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ

    ขอบคุณมากครับ แล้วพบกันใหม่ครับ

    จัดทำโดย:

    Thanks for reading.

    Posted by: Michael Leng



    I've known, then I've grown.

    See more:

    Do You Receive Any Compensation About Flooding From Your Government?

    ปัญหาเรื่องน้ำเป็นประเด็นใหญ่ไปทั่วทุกมุมโลก บางประเทศขาดแคลนน้ำ แต่ในทางตรงกันข้าม บางประเทศกลับมีน้ำท่วม น้ำหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาลต่อมวลมนุษยชาติ

    ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องน้ำมาเป็นเวลานาน และรัฐบาลก็พยายามที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้เพื่อที่จะให้หมดไป

    ปัจจุบันได้มีโครงการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องน้ำอย่างถาวรในภาพรวมทั้งประเทศ

    ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับเรื่องน้ำ ผมได้นำมาบอกกล่าวเล่าสู่กันฟังเพื่อเป็นตัวอย่างนำไปใช้กันครับ

    ประเทศไทยบางพื้นที่น้ำท่วมทุกปี
    Some area in Thailand is flooded every year.
    ซัม แอเรีย อิน ไทยแลนด์ อีส ฟลัด เอเวอรี่ เยียร์

    เราต้องสร้าเขื่อนขนาดใหญ่เพื่อกักเก็บน้ำ
    We have to build some large drams to store water.
    วี แฮฟ ทู บิว ซัม ลาร์จ ดรัม ทู สโตร์ วอเตอร์

    น้ำท่วมบ้านคุณไหม
    Has your house been flooded?
    แฮส ยัวร์ เฮาร์ บีน ฟลัด

    คุณมีวิธีป้องกันน้ำท่วมอย่างไร
    How do you protect your house from flooding?
    ฮาว ดู ยู โปรเท็ค ยัวร์ เฮ้าร์ ฟรอม ฟลัดดิ่ง

    คุณได้รับเงินชดเชยน้ำท่วมไหม
    Do you receive any compensation relating flooding?
    ดู ยู รีซีฟ เอนี่ คอมเพ็นเซชั่น รีเลทติ่ง ฟลัดดิ่ง

    กรมชลประทานยืนยันถึงโครงการใหญ่ๆจากภาคเหนือถึงภาคกลาง
    The irrigate department confirms to issue several projects from North down to Central.
    เดอะ เออริเกต ดีพาร์ทเม็นท์ คอนเฟิร์ม ทู อิสชู เซฟเวอร์รัล โปรเจ็ค ฟรอม นอร์ท ดาว ทู เซ็นทรัล

    Vocabulary (ศัพท์)

    build สร้าง
    compensation ชดเชย
    confirm ยืนยัน
    drum เขื่อน
    large ใหญ่
    flooding น้ำท่วม
    issue ประเด็น
    project โครงการ
    relate เกี่ยวข้อง

    See more words:
    Would you like to see my other blogs?:

    When Did They Meet Each Other? (Thai: พวกเขาต่างมาพบกันตั้งแต่เมื่อไหร่)

    ก่อนที่คนเราจะรู้จักกัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน สามีภรรยา เพื่อนร่วมงาน เป็นต้น จะต้องมีการเริ่มต้นพบกันวันแรกเสมอ แล้วถ้าจะถามเป็นภาษาอังกฤษว่า:

    "พวกเขาพบกันครั้งแรกเมื่อไหร่"

    จะพูดอย่างไรดีล่ะ

    ไม่ยากเลยครับ เราแต่งรูปประโยคได้ดังนี้เลยครับ

    Topics(หัวข้อ)
    Details(รายละเอียด)
    Sentence (ประโยค) When did they meet?
    English pronunciation (คำอ่าน) เว็น ดิด เดย์ มีท
    Translation (แปล) พวกเขาพบกันครั้งแรกเมื่อไหร่
    Thai pronunciation (คำอ่าน) puak khao phop kan khrang raek mue hrai
    Tense (รูปกาล) Past tense (รูปประโยคคำถาม)
    Rule (กฏ) กริยาช่วย (ช่อง 2 past)  + ประธาน (Subject)

    สังเกตุดูจะเห็นว่าคำถามนี้ใช้ถามคนตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพรามีคำว่า They ซึ่งแปลว่าเขาทั้งหลายครับ

    ประโยคคำถามจะใช้คำขึ้นต้นด้วย 5WH ครับ
    1. WHAT อะไร
    2. WHERE ที่ไหน
    3. WHEN เมื่อไร
    4. WHY ทำไม
    5. WHO ใคร
    6. HOW อย่างไร
    เรานำประโยคด้านบนมาดัดแปลงเป็นประโยคใหม่ๆได้อีกหลายประโยคเลยครับ เพียงแค่เปลี่ยนศัพท์บางศัพท์เท่านั้นเองครับ เช่น
    • ประโยคคำถาม
    When did you meet her?
    ท่านพบหล่อนเมื่อไหร่

    When did he meet her?
    เขาพบหล่อนเมื่อไหร่

    When did she meet John?
    หล่อนพบเขาเมื่อไหร่

    When did I meet my mom last time?
    ฉันพบแม่ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

    When did she meet me in Bangkok?
    หล่อนพบฉันเมื่อไหร่
    • ประโยคคำตอบ
    I met her last year.
    ฉันพบหล่อนปีที่แล้ว

    He met her 21 years ago.
    เขาพบหล่อนเมื่อ 21 ปีที่แล้ว

    She met John several years.
    หล่อนพบได้สองสามปีแล้ว

    I met my mom last time in 2010.
    ฉันพบแม่ของฉันครั้งสุดท้ายปี 2010

    She met you in August, 2001 in Bangkok,Thailand.
    เธอพบคุณเมื่อนเดือนสิงหาคม ปี 2001 ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย

    Vocabulary: ศัพท์

    did ทำ
    meet พบ
    they เข้าทั้งหลาย
    when เมื่อไหร่

    See more words:
    Would you like to see my other blogs?:

    Do You Have Any Influence On Family Matters? (Thai: คุณมีส่วนตัดสินใจในครอบครัวไหม )

    ครอบครัวไทยส่วนใหญ่ให้สิทธิ์สมาชิกในครอบครัวมีส่วนในการตัดสินใจหรือไม่ ลูกๆมีสิทธิ์ออกความคิดเห็นหรือไม่หรืออาจใช้คำว่ามีความเป็นประชาธิปไตยในครอบครัวนั่นเองครับ

    ชาติตะวันตกเลี้ยงดูลูกเน้นที่ให้ได้คิดเอง ช่วยเหลือตัวเอง มีระเบียบวินัย ไม่ตามใจไปซะทุกเรื่อง ไม่ฟุ้มเฟ้อฟุ่มเฟือย การเลี้ยงลูกด้วยวิธีทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมานั้น จะส่งผลไห้เด็กเติบโตขึ้นพร้อมกับความแข็งเกร่ง สามารถที่จะผจญภัยในการใช้ชีวิตในโลกนี้ได้โดยสมบูรณ์ทั้งความฉลาดทางด้านเชาว์ปํญญา IQ (Intelligence Quotient) และความฉลาดทางด้านภาวะอารมณ์ (Emotional Quotient)

    ภาษาอังกฤษที่จะถามว่าตัว "คุณนั้นน่ะมีอิทธิพลในการตัดสินใจเรื่องต่างๆในครอบครัวหรือไม่" เขาพูดกันอย่างไร

    ใช้ประโยคด้านล่างนี้ตามที่ผมนำให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆได้นำไปใช้กันครับ

    Topics(หัวข้อ)
    Details(รายละเอียด)
    Sentence (ประโยค) Do you have any influence on family matters?
    English pronunciation (คำอ่าน) ดู ยู แฮฟ์ว เอนี่ อินฟลูเอ็นซ์ ออน ฟามิลี่ แม็ตเตอร์
    Translation (แปล) คุณมีส่วนตัดสินใจเรื่องต่างๆในครอบครัวหรือไม่
    Thai pronunciation (คำอ่าน) khun mi suan tatsinchai rueng tang-tang nai khopkhua hrue mai
    Tense (รูปกาล) Present simple
    Rule (กฏ) Do ใช้กับ we, you, they และ Does ใช้กับ he, she, it

    ประโยคนี้ดีมากนะครับ เพราะในแต่ละครอบครัวอาจจะมีสมาชิกอยู่หลายคนด้วยกัน เช่น พ่อ แม่ ลูกๆ หลานๆ เวลาที่จะต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น "วันหยุดสุดสัปดาห์นี้จะไปเที่ยวที่ไหนกันดี" ก็น่าจะคุยกัน สอบถามกัน ลงความเห็นร่วมกัน โดยยึดตามเสียงข้างมากหรือเหตุผลหลัก เป็นต้น

    สมาชิกในครอบครัวย่อมต้องมีส่วนร่วมกันทุกคนในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ เมื่อมีการเริ่มจากครอบครัวคือจากหน่วยเล็กๆของสังคมก่อน แต่จะเป็นการต่อยอดไปสู่สังคมในระดับที่ใหญ่ขึ้นนั่นเองครับ

    ตัวอย่างเพิ่มเติมประเด็นการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในครอบครัว เช่น
    • กรณีที่ครอบครัวหนึ่งได้รับการเสนอขายสินค้า เช่น ประกันชีวิต ประกันภัยหรือสินค้าราคาแพงๆ อาจต้องถามจะถามสมาชิกในครอบครัวด้วยว่าเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร เป็นต้น
    • การเรียนต่อของบุตรหลาน ถ้าจะให้เขาเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ต้องคุยกับเด็ก ๆ ก่อนไหมครับว่า ลูกๆชอบเรียนอะไร คณะไหน มหาวิยาลัยอะไร เป็นต้น
    ถ้าท่านมีส่วนในการตัดสินใจ คำตอบที่จะใช้ตอบคำถามด้านบนก็คือ

    Yes, of course. I have an influence on my family matters.
    เยส ออฟคอร์ส ไอ แฮฟว แอน อินฟูเอ็นซ์ ออน มาย ฟามิลี่ แมทเตอร์
    ตรงเผ็งเลย ฉันมีอิทธิพลต่อครอบครัวในกรณีต่างๆ

    หรือประโยคนี้ครับ

    Oh no! My parent never give me any chance to do that!
    โอ โน! มาย แพเรนท์ เนเวอร์ กิฟว มี แอนี่ ช้านซ์ ทู ดู แดท!
    เจ้าพระคุณเอ๊ย พ่อแม่ฉันไม่เคยเลยที่จะให้ฉํนมีส่วนร่วมด้วย

    *อยากเก่งเรื่องกาล(Tense) คลิก: 12 English Tenses
    **อยากเก่งเอ็กเซล คลิก: เผยเคล็ดลับ Microsoft Excel
    ***อยากหัดแปลเพลง คลิก: Just Sing Along Blog | Song Lyrics In English-Thai

    คำศัพท์ (Vocabulary)

    An หนึ่ง (อาร์ติเคิลนำหน้าคำนามที่ขึ้นต้นด้วยสระ คือ a e i o u)
    Any ใดๆ ทุกๆคน ไม่จำกัด
    Chance โอกาส
    Do ทำ
    Family ครอบครัว
    Give ให้
    Have มี
    I ฉัน
    Influence อิทธิพล
    Matter สาร วัตถุ สิ่งที่ต้องทำ สิ่งพิมพ์ เป็นเรื่องสำคัญ
    Me ฉัน เป็นสรรพนามของ I
    My ของฉัน
    Never ไม่เคย
    Of course แน่ละ แน่ทีเดียว เป็นธรรมดา
    On บน
    Parent พ่อ แม่
    That นั้น
    To ถึง
    Yes ใช่
    You ท่าน

    ลองฝึกพูดกันดูนะครับ
    ลาก่อนครับวันนี้ แล้วพบกันใหม่ครับ

    Try it!
    Good bye for today. See you again.

    See more articles:
    Would you like to see my other blogs?:

    Do You Know Who Starred In The Film "Twilight "? (Thai: ใครแสดงหนังเรื่องทไวไลท์)

    ใครชอบดูหนังกันบ้างครับ บางคนดูเกือบทุกสัปดาห์ บางท่านบอกเดือนละครั้ง ผมเป็นคนหนึ่งครับที่เลือกการพักผ่อนด้วยการไปชมภาพยนตร์ หนังต่างประเทศเข้ามาทำเงินในประเทศเราเป็นกอบเป็นกำ นานๆจะมีภาพยนต์ของไทยเราที่ทำรายได้ถล่มทลายกันมาให้เห็นกันสักครั้ง

    วันนี้ผมก็เลยถือโอกาสนำประโยคภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับหนังมาฝากกันครับ

    หลายครั้งที่เราไปดูหนังกัน มักจะถามกันว่า ใครแสดงหนังเรื่องนั้นบ้าง เรื่องนี้บ้าง แล้วถ้าเป็นภาษาอังกฤษหล่ะ เขาพูดกันอย่างไร

    เอาหล่ะ เรามาเริ่มตีแตกภาษาอังกฤษประโยคนี้กันเลยดีไหมครับ

    Topics(หัวข้อ)
    Details(รายละเอียด)
    Sentence: ประโยค[prayok] Do you know the actor who starred in the film "Twilight "?
    Pronunciation: การออกเสียง[kan-ok-siang] ดู ยู โนว์ เดอะ แอคเตอร์ ฮู สแทร์ อิน เดอะ ฟิล์ม ทไวไลท์
    Translation: คำแปล[khamplae] ใครแสดงเรื่องทไวไลท์

    Vocabulary: คำศัพท์

    ไคร khrai = who ฮู
    แสดง sadaeng = star สแตร์
    เรื่อง rueng = film title ฟิล์ม ไทเทิล, movie title  มูฟวี่ ไทเทิล
    ภาพยนต์ phaphayon = film ฟิล์ม, movie  มูฟวี่
    หนัง hnang =  film, movie
    นักแสดงชาย naksadaeng-chai = actor แอคเตอร์
    นักแสดงหญิง naksadaeng-hying = actress แอคแทรส
    ดาราชาย dara-chai = actor
    ดาราหญิง dara-hying = actress

    Leonardo DiCaprio and Kate Winslet starred in the 1997
    นักแสดงนำชายคือ ลีโอนาโด ดิคาปิโอและเคท วินส์เลท แสดงในปี 2540

    ตัวอย่างประโยคคล้ายคลึงกัน

    Do you know the actress who starred in the movie "King Naresuan"?
    ใครแสดงเป็นนางเอกเรื่องพระนเรศวรนะ

    Yes, I know. She is Taksaorn Paksukcharern.
    อ๋อ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญไงหล่ะคะ/ครับ

    SSee more words:
    Would you like to see my other blogs?:

    อะไรนะ? ภาษาอังกฤษชวนตอบ [What Did You Say? : คุณพูดว่าอะไรนะ/กรุณาพูดซ้ำอีกครั้ง] "กรณีได้ยินไม่ชัด"หรือ"ต้องการฟังซ้ำ"

    "ท่านพูดว่าอะไรนะ" ภาษาอังกฤษคือ


    เมื่อเราสนทนากันเป็นภาษาอังกฤษนั้น ถ้าฟังไม่ชัดและต้องการจะถามว่า "ท่านพูดว่าอะไรนะ(What did you say?)" เพื่อขอให้เขาพูดซ้ำอีกครั้ง เราใช้ได้สองสามประโยคครับ


    คุณพูดว่าอะไรนะ : What did you say?

    ผมขอยกประโยคสนทนาดังด้านล่างนี้เพื่อความเข้าใจมากขึ้นในการใช้ประโยค "What did you say?" ครับ

    Dave:

    Hello, how is your day?
    หวัดดี เป็นไงบ้างครับ

    Cherry:

    Hi, Dave, I have a great day. Thanks, how about you?
    หวัดดี เดฟ ก็ดีนะ ขอบคุณ แล้วคุณเป็นไงบ้าง

    Dave:

    Not bad for me. Well, where are you going this weekend?
    ดีครับ ว่าแต่ วันหยุดนี้คุณจะไปไหนล่ะ

    Cherry:

    I'am sorry. What did you say?
    ขอโทษ คุณพูดว่าอะไรน

    นอกจากนั้นยังใช้ประโยคเหล่านี้ได้เช่นกัน
    • Pardon me? ว่าอะไรนะคะ/ครับ
    • Could/Can you say again please? พูดว่าอะไรนะคะ/ครับ
    • Excuse me, please repeat it again. ขอโทษค่ะ/ครับ กรุณาพูดอีกครั้ง
    • I am sorry. I could not catch you. ขอโทษค่ะ/ครับ ฉันตามที่ท่านพูดไม่ทันหน่ะ
    • I can't catch you. ผมตามไม่ทัน/ผมจับประเด็นไม่ได้/ผมฟังไม่ชัด/ผมไม่เข้าใจ (หลากหลายคำแปล แต่ความหมายก็ทำนองเดียวกันนั่นแหละครับ)
    หรือใช้คำพูดสั้นๆอย่างนี้ก็ได้เช่นกันครับ คือ
    • Say again please?
    • Again please?
    • One more time?
    ซึ่งทั้งสามประโยคนั้น ความหมายรวมๆที่อยู่ในสถานการณ์นั้น จะแปลว่า "กรุณาพูดซ้ำอีกครั้ง" ครับ

    ลองนำไปปรับใช้ตามเหมาะสมครับ

    Topics(หัวข้อ)
    รายละเอียด
    Sentence (ประโยค) What did you say?
    English pronunciation (คำอ่าน) ว็อท ดิด ยู เซย์
    Translation (แปล) คุณพูดว่าอะไรนะ
    Thai pronunciation (คำอ่าน) khun phut wa a-rai na
    Tense (รูปกาล) Past simple  (Irrigation sentence) 
    Rule (กฏ) Did + s + v. present ( ช่อง 1) เนื่องจากเป็นประโยคคำถาม (Irrigation sentence) และเป็นอดีตกาลจึงใช้กริยาช่วย Did ใว้หน้าประโยค Did เป็นกริยาที่ผันจาก Do ครับ   
    Vocabulary (ศัพท์) คุณ[khun]=you[ยู]
    พูด[phut]=say[เซย์]
    อะไร[a-rai]=what[ว็อท]
    จับ[chap]=catch[แคทช]

    หวัดดี
    ไมเคิล เล้ง

    [What Would You Like To Order Please?] : [ท่านจะรับ(สั่งอาหาร/เครื่องดื่ม)อะไรดีคะ/ครับ] | ตีแตกภาษาอังกฤษ

    คุณจะสั่งอะไรดีครับ/คะ / คุณจะรับอะไรดีครับ/คะ ภาษาอังกฤษ


    ไปๆมาๆก็ไม่พ้นเรื่องแดกดื่ม!!!  "คุณจะสั่งอะไรดีครับ/คะ?" เป็นอีกหนึ่งประโยคเด็ดที่ควรรู้ว่าภาษาอังกฤษพูดว่าอย่างไร!!!...


    ร้านอาหารที่ฝรั่งนิยมเข้าไปทานเนื่องจากตั้งอยู่ในทำเลที่ตั้งที่เป็นแหล่งการท่องเที่ยวหรือร้านอาหาร ภัตตาคารที่ตั้งอยู่ในโรงแรม แม้กระทั่งร้านที่อยู่ตามถนนต่างๆก็ตาม

    ปัจจุบันมีชาวต่างชาติไหลทะลักเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยเราอย่างไม่ขาดสายและนับวันจะทวีคูณมากขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจร้านอาหารจึงเป็นทางเลือกอีกหนึ่งที่สามารถตั้งตัวได้ครับ

    จากที่ผมได้กล่าวมานั้น นักท่องเที่ยวที่เข้ามามีหลากหลายชาติด้วยกัน อย่างไรก็ดีนักท่องเที่ยวแต่ละคนมีงบการใช้จ่ายแตกต่างกันไป มากบ้าง น้อยบ้าง กระนั้นเมื่อเข้ามาในบ้านในเมืองของพี่ไทยเราแล้วก็จะส่งผลดีคือบรรดาโรงแรมที่พักคึกคักเป็นพิเศษ มีลูกค้าเข้าพักอยู่ตลอดเวลา อัตรา Room occupancy น่าจะอยู่ประมาณ 70 % up กันเลยทีเดียว

    ประเด็นสำคัญคือร้านอาหาร ภัตตาคาร ทั้งเล็กใหญ่ต่างก็ได้รับอานิสงส์(Advantage)ผลพวงจากการเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเช่นเดียวกัน เพราะคนต้องกินต้องใช้นั่นเองครับ

    ที่สำคัญอาหารของไทยเราก็เป็นเมนูที่ติดอันดับต้นๆของโลกเลยล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นแกงมัสมั่น ผัดไทย ต้มข่าไก่ ต้มยำกุ้ง อย่างนี้เป็นต้น น่าอร่อยทั้งนั้น เมื่อฝรั่งเข้ามาเที่ยวกันแล้วเขาก็ต้องลองทานกันดูหน่อย(Taste)อย่างแน่นอนแหล่ะครับ

    ภาษาอังกฤษที่ผมนำมาฝากกันก็คือประโยคที่ใช้ถามลูกค้าว่า เขาต้องการจะสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มอะไรครับ

    ประโยคดังกล่าว คือ

    What would you like to order please?
    วอท วู้ล์ด ยู ไลค์ ทู ออร์เดอร์ พลีส
    คุณต้องการจะสั่งอาหาร/
    เครื่องดื่มอะไรดีครับ/คะ

    เราสามารถนำมาดัดแปลงเพิ่มเติมคำเพื่อใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป ซึ่งเราเรียกว่าการประยุกต์ใช้ตามสถานการณ์นั่นเองครับ เช่น

    What would you like to drink please?
    วอท วู้ล์ด ยู ไลค์ ทู ดริ๊งค์ พลีส
    ดื่มอะไรดีครับ/คะ

    What would you like to see please?
    วอท วู้ล์ด ยู ไลค์ ทู ซี พลีส
    ต้องการดูอะไรหรือครับ/คะ

    What would you like to go now  please?
    วอท วู้ล์ด ยู ไลค์ ทู โก นาว พลีส
    ท่านต้องการไปตอนนี้เลยหรือครับ/คะ

    Where would you like to go please?
    แวร์ วู้ล์ด ยู ไลค์ ทู โก พลีส
    ท่านต้องการไปที่ไหนหรือครับ/คะ

    What would you like to do please?
    วอท วู้ล์ด ยู ไลค์ ทู ดู พลีส
    ท่านต้องการทำอะไรหรือครับ/คะ

    What would you like to shop please?
    วอท วู้ล์ด ยู ไลค์ ทู ช็อป พลีส
    ท่านต้องการไปซื้ออะไรครับ/คะ

    What would you like to buy please?
    วอท วู้ล์ด ยู ไลค์ ทู บาย พลีส
    ท่านต้องการซื้ออะไรครับ/คะ

    Would you like to come back to your room please?
    วู้ล์ด ยู ไลค์ ทู คัม แบค ทู ยัวร์ รูม พลีส
    ท่านต้องการกลับห้องพักหรือเปล่าครับ/คะ

    ทุกครั้งที่ท่านพูดประโยคต่างๆ อย่าลืมลงท้ายประโยคด้วยคำว่า Please[พลีส] ซึ่งแปลว่า กรุณา โปรด ก็จะเป็นการดีอย่างยิ่งครับ เพราะเป็นคำที่แสดงความอ่อมน้อม ความสุภาพของผู้พูดครับ

    แล้วพบกันใหม่ครับ
    หวัดดีครับ
    ไมเคิล เล้ง

    See more:

    "Go Straight Ahead" (Thai: ตรงไป[trongpai]) | ตีแตกภาษาอังกฤษ English Of The Day



    "ตรงไป" ภาษาอังกฤษพูดอย่างไร



    ประโยค "Go Straight Ahead = ตรงไป" ที่ใช้บอกทางและการค้นหาสถานที่ๆต้องการจะไป อย่างไรก็ดี ยังมีหลายประโยคด้วยกันที่ใช้คล้ายๆกัน ปัจจุบันจะมีนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวต่างประเทศเข้ามามากมาย สร้างรายได้หลายแสนล้านบาทต่อปีครับ


    ฉะนั้นอาจมีซักวันจะมีฝรั่งมาถามเราก็ได้ว่าฉันจะไปตรงนั้นอย่างไรดี เราจะต้องใช้ประโยคในหัวข้อที่ผมเขียนในวันนี้ก็ได้ครับ

    Go Straight Ahead
    โก สเตรท อะเฮด
    ตรงไป(ข้างหน้า)

    ในปี 2558 หรือปีคริสตศักราช 2015 ประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือใต้หรือกลุ่มอาเชียน(Asean) ซึ่งมีอยู่ 10 ประเทศด้วยกันก็จะรวมกันเป็นหนึ่งประชาคมเศรษฐกิจ ([AEC] : ASEAN ECONOMIC COMMUNITY)

    พอจะอนุมานได้ว่า ภาษาอังกฤษจะมีความสำคัญมากที่จะต้องในการติดต่อสื่อสารร่วมกันในกลุ่มประเทศดังกล่าวครับ

    แน่นอนที่สุดจะยิ่งเพิ่มความสำคัญมากขึ้นไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุดถ้ามีการค้าระหว่างประเทศ(International Trade) การลงทุนต่างประเทศ(Oversea Investment) การทำงานต่างประเทศ(Working Oversea) การท่องเที่ยวต่างประเทศ(Outbound Tour) การศึกษา(Study Oversea) การสมรสกับชาวต่างชาติ(Marriage to Expatiate) และกิจกรรมอื่นๆอีกจิปาถะที่จะตามมา

    ไม่ใช่เพียงเป็นเรื่องเป็นราวที่ทำข้ามกันไปมาระหว่างประเทศในกลุ่มเท่านั้น แต่จะมีประเทศอื่นๆทั่วโลกเข้ามามีส่วนร่วมเกี่ยวข้องอีกมากมายหลายประเทศ
    ย้อนกลับมามองตัวเราว่า ภาษาอังกฤษของคนไทยเราพร้อมแค่ไหนที่จะไปไกลกันสู่ระดับนั้น คงต้องเริ่มกันแล้วล่ะครับ ไม่มีคำว่าสายแน่นอน เพียงแค่คิดว่าเราจะเริ่มและลงมือ...ทำ ทำทันที



    Image source:imgarcade.com

    ประโยคหนึ่งที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังคือคำว่า "ตรงไปข้างหน้า=go straight ahead" ครับ ถ้าต้องการเพิ่มคำเพื่อขยายประโยคก็สามารถเติมคำที่ต้องการนั้นๆไว้ด้านหน้าคำหรือต่อท้ายได้ตามต้องการครับ

    ยกตัวอย่าง เช่น

    Don't drive straight ahead to this street. Because it's a blind alley.
    ด้อนท์ ไดร์ฟ สเตรท อะเฮด ทู ดีส สทรีต บีคอส อิส อะ ไบลด์ อัลเลย์
    อย่าขับเข้าถนนเส้นนี้นะ มันตัน

    Just keep walking straight ahead down the Petchaburi road,
    จัสท คีบ วอล์คกิ่ง สเตรท อะเฮด ดาวน์ เดอะ เพชรบุรี โรด
    เดินเรื่อยๆไปตามถนนเพชรบุรี

    then you will see the bank on the right at the corner.
    เธ็น ยู วิว ซี เดอะ แบงค์ ออน เดอะ ไรท์ แอท เดอะ คอร์เนอร์
    แล้วจะเห็นธนาคารตรงมุมด้านขวามือ

    Additional Explanation (อธิบายเพิ่มเติม)

    คำนี้จะใช้เพื่อบอกว่าให้"ตรงไป"ครับ เช่น ป้ายบอกทางตามถนนครับ

    สมมุตติว่าถ้าเราเดินทางไปด้วยกันแล้วจะพูดว่า "เดินตรงไปข้างหน้าจะมีร้านขายก๋วยเตี๋ยวเรืออยู่" แต่งประโยคเป็นภาษาอังกฤษได้ดังนี้ครับ

    Let's go straight ahead, there is a boat noodle restaurant over there.
    เล็ทส โก สเตรท อะเฮด แดร์ อิส อะ โบท นู้ดเดิ้ล เรสเตอรองท์ โอเวอร์ แดร์
    เดินตรงไปข้างหน้ากันเถอะ มีร้านก๋วยเตี๋ยวเรืออยู่ข้างหน้าโน่น

    Ahead = อะเฮด ออกเสียงกลางๆนะครับ ไม่สูงไม่ต่ำ

    เพิ่มเติม

    keep[คีบ]=เก็บรักษา ทำต่อไป ดังนั้นคำว่า keep walking[คีบ วอล์คกิ่ง] จึงแปลว่า เดินต่อไปหรือยกตัวอย่างอีกคำหนึ่งเพื่อความชัดเจน เช่น keep doing good thing[คีบ ดูอิ่ง กูด ซิ่ง] ทำความดีต่อไปนะ เป็นต้นครับ

    let's[เล็ทส] ย่อมมาจาก let us[เล็ท อัส]=พวกเราไป ไปกันเถอะ หรือเป็นประโยคชักชวนทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งจะมีกริยาที่ตามมา เช่น let's go[เล็ทส โก] พวกเราไปกันเถอะ / let's speak out[เล็ทส สปีค เอ้าท์] เอ้าพวกเราพูดออกไปเลย(จะเงียบอยู่ทำไม อะไรประมาณนั้น) อย่างนี้เป็นต้น

    แล้วพบกันใหม่นะครับ

    Thanks for reading.

    Posted by: Michael Leng



    I've known, then I've grown.



    "Do Not Gossip Behind Other Peoples Back!" เรียนภาษาอังกฤษกับประโยค"อย่านินทาคนลับหลัง"



    "อย่านินทาคนลับหลัง" ภาษาอังกฤษคือ


    ภาษาอังกฤษที่น่าศึกษาและผมกำลังนำมาตีแตกกันวันนี้เกี่ยวกับประโยคการนินทาหรือการพูดในแง่ลบลับหลังคนอื่นนั่นเอง

    การพูดลับหลังหรือประโยคเกี่ยวกับการนินทา ผมนำมาเป็นตัวอย่างดังนี้ครับ


    Don't gossip about others.
    ด้อน กอสซิบ อะเบ้าท์ ออทเทอร์ส
    อย่านินทาคนอื่น

    Don't talk about others behind their back.
    ด้อน ท็อก อะเบ้าท์ ออทเทอร์ส บีไฮด์ แดร์ แบค
    อย่าพูดลับหลังคนอื่น

    This magazine was full of gossip about superstars.
    ดีส แมกกาซิน วอส ฟูล ออฟ กอสซิบ อะเบ้าท์ ซูเปอร์สตาร์
    แมกกาซีนเล่มนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวซุบซิบดาราดัง

    Kate and Lilly sat in the coffee shop having a good gossip about their new English tutor.
    เคท แอนด์ ลิลลี แซท อิน เดอะ คอฟฟี่ช็อป แฮฟวิ่ง อะ กู้ด กอสซิบ อะเบ้าท์ แดร์ นิว อิงลิช ติวเตอร์
    เคทและลิลลีนั่งในร้านกาแฟพูดคุยซุบซิบเรื่องติวเตอร์ภาษาอังกฤษคนใหม่

    Dear Jane, today I've got some juicy gossip for you.
    เดียร์แจน ทูเดย์ ไอ แฮฟ ก็อท ซัม จูซซี่ กอสซิบ ฟอร์ ยู
    แจนที่รัก! วันนี้ฉันมีเรื่องซุบซิบๆมาฝากน่ะ

    She never talk about me behind my back as far as I know.
    ชี เนฟเวอร์ ทอล์ค อะเบ้าท์ มี บีไฮด์ มาย แบค แอส ฟาร์ แอส ไอ โนว์
    หล่อนไม่เคยพูดลับหลังฉันนะ เท่าที่รู้

    That's all idle gossip. Don't care about it.
    แดทส ออส ไอเดิล กอสซิบ ด้อนทแคร์ อะเบ้าท์ อิท
    เรื่องไร้สาระทั้งนั้น อย่าไปสนใจเลย

    The gossip was spread all over the town just an hour by my blog's post.
    เดอะ กอสซิบ วอส สปีด ออล โอเวอร์ เดอะ ทาวน์ จัส แอน เอาร์ บาย มาย บล็อก'ส โพสต์
    ฉันโพสเรื่องซุบซิบในบล็อกกระจายไปทั่วเมืองภายในหนึ่งชั่วโมง

    Don't you want to talk about your colleague behind their back.
    ด็อน ยู ว้อน ทู ท็อค อะเบ้าท์ ยัวร์ คอลลีคจ์ บีไฮด์ แดร์ แบค
    คุณต้องการที่จะพูดลับหลังเพื่อนร่วมงานอย่างนั้นหรือ

    If you behave yourself like that way, your friends would talk behind your back.
    อิฟ ยู บีแฮฟ ยัวร์เซล์ฟ ไลค์ แดท เวย์ ยัวร์ เฟรนด์ วู้ด ท็อค บีไฮด์ ยัวร์ แบ็ค
    ถ้าคุณประพฤติตัวแบบนั้น จะมีคนพูดลับหลังคุณได้

    เยอะครับเยอะ...ลองเลือกไปใช้ดูครับ

    Thanks for reading.

    Posted by: Michael Leng



    I've known, then I've grown.



    See more another words:

    "อย่าปล่อยให้ฉันเหงา(Don't Leave Me Alone, Please.)" | ตีแตกภาษาอังกฤษ : English of the DAY!



    "อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว" "อย่าให้ฉันต้องเดียวดาย" ภาษาอังกฤษพูดอย่างไรครับ?

    เรียนภาษาอังกฤษ "Don't Leave Me Alone, Please." = "อย่าปล่อยให้ฉันเหงา/เดียวดาย" กับเว็บ ตีแตกภาษาอังกฤษ
    อย่าปล่อยให้ฉันเหงา ภาษาอังกฤษคือ

    วันนี้ท่านจะได้พบกับประโยคดีๆ เด็ดๆ เช่นตัวอย่างที่ High light นี้ครับ

    ⟴ "Don't leave me alone here."


    ⟴ "Don't leave me, please."


    ⟴ "และประโยคที่น่าสนใจอื่นๆ รวมทั้งมีคำถาม (ตอบได้ ให้ 100) ช่วงท้ายอีกด้วย"



    😔หลายครั้ง...ที่ชีวิตของคนเราเมื่อมีพบก็ต้องมีจาก แต่ถ้าเราไม่อยากให้ถึงเวลานั้น เราจะทำอย่างไร?

    การที่เราไม่ต้องการให้ใครบางคนที่พิเศษจากเราไป(To leave you alone) นั่นแสดงว่าเรามีความรู้สึกที่มีนัยยะกับเขาคนนั้นครับ! เห็นความสำคัญของเขา

    ผมหมายถึงว่าเราอยากอยู่กับเขาต่อไปน่ะครับ ไม่ต้องการให้เกิดการพลัดพรากจากกัน เพราะมันจะทำให้เรารู้สึกเหงา ว้าเหว่

    ภาษาอังกฤษในลักษณะขอร้องอย่างสุภาพนั้นสามารถใช้ Don't (อย่า ห้าม ไม่)ขึ้นต้นประโยคได้ครับ แต่ประโยคนั้นควรลงท้ายด้วยคำว่า Please (กรุณาเถอะนะครับ/คะ หรือ ได้โปรดนะคะ/ครับ)

    เหตุผลคือ ส่วนใหญ่โดยทั่วไปคำว่า Don't จะใช้ในลักษณะออกคำสั่งครับ เช่น

    Don't come to my room before permission.
    ด้อนท์ คัม ทู มาย รูม บีฟอร์ เพอร์มิสชั่น
    ห้ามเข้าห้องฉันก่อนได้รับอนุญาต

    Don't go there at night time.
    ด้อนท์ โก แดร์ แอท ไนท์ ไทม์.
    อย่าไปที่นั่นตอนกลางคืน

    Because it's dangerous!
    บีคอส อิทส แดนเจอร์รัส
    เพราะว่ามันอันตราย!

    Don't talk behind one's back.
    ด้อน์ท ทอล์ค บีไฮด์ วัน'ส แบค
    อย่าพูดลับหลังคนอื่น

    (แปลอีกนัยหนึ่งคือ อย่านินทาคนอื่น)

    เป็นยังไงกันบ้างครับ ดังที่ผมได้เกริ่นไว้ว่าถ้าจะให้เป็นแนวขอร้องต้องเติมคำว่า "Please" ไว้ต้นประโยคหรือท้ายประโยคก็ได้ครับ จะทำไห้ประโยคนั้นๆแลดูอ่อนลง(Soft)เลยล่ะครับ ดังเช่นประโยคที่ผมยกมาตีแตกกันดังต่อไปนี้ครับ

    Topics(หัวข้อ)
    Details(รายละเอียด)
    Sentence (ประโยค) Don't leave me alone, please.
    English pronunciation (คำอ่าน) ด้อนท์ ลีฟว์ มี อะโลน พลีส
    Translation (แปล) ได้โปรดเถอะ อย่าทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียว
    Thai pronunciation (คำอ่าน) daiprotthue hya thing hai chan hyu khon diao

    ประโยคนี้ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ที่เราต้องการขอร้องไม่ให้ปล่อยเราไว้คนเดียวครับ ตัวอย่าง เช่น

    I am scared of ghost.
    ไอ แอม สแคร์ด ออฟ โกสท์
    ฉันกลัวผี

    Don't leave me alone here.
    ด็อน'ท ลีฟวฺ มี อะโลน
    อย่าปล่อยฉันไว้คนเดียว

    I usually feel lonely when I am alone.
    ไอ ยูสชวลลี ฟีล โลนลีย์ เว็น ไอ'ม อะโลน
    ฉันเหงาเมื่ออยู่คนเดียว

    Don't leave me, please.
    ด็อน'ท ลีฟวฺ มี พสีส
    กรุณาเถอะ อย่าทิ้งฉันไปเลยนะคะ/ครับ

    *Don't ย่อมาจาก Do not ครับ


    ช่วง ตอบได้ให้ 100!


    ถ้าท่านจะพูดว่า "อย่าทิ้งฉันไปเลย กลับมาอีกนะ" ท่านจะใช้ประโยคใด

     a. Don't leave me alone, please come back again.

     b. Don't leave me alone, please come to see me again.

     c. Don't leave me alone, please come and stay with me.

    ดูลิ้งค์เฉลย: โปรดกลับมาอีก!


    หวังว่าทุกท่านจะได้รับประโยชน์จากภาษาอังกฤษที่ผมนำมาแบ่งปันกันไม่มากก็น้อยนะครับ

    Bye,

    Thanks for reading.

    Posted by: Michael Leng



    I've known, then I've grown.




    See more:

    "คุณชอบเพลงอะไร" ภาษาอังกฤษพูดและเขียนอย่างไร | ตีแตกภาษาอังกฤษ - English of the Day!



    "คุณชอบเพลงอะไร" ภาษาอังกฤษคือ "What Is Your Favorite Song?"

    เรียนภาษาอังกฤษวันละคำสองคำ ประโยคสองประโยค ทำทุกวันท่านก็สามารถเก่งภาษาอังกฤษได้!!!

    คำว่าเพลง(Song)นั้น นอกไม่เพียงแต่ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครๆแล้ว บทเพลง(Song)ที่แต่งอย่างสร้างสรรค์ยังเป็นสิ่งบันเทิงใจอย่างยอดเยี่ยมต่อมนุษย์ทุกชนชาติ ท่านมีความคิดเห็นเป็นอย่างไรครับ

    "คุณชอบเพลงอะไร :What Is Your Favorite Song?"

    เพลง(Song)มีหลายแนวแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่สำคัญเหนืออื่นสิ่งอื่นใด คือ ทุกชาติจะมีอัตลักษ์ด้านเพลง(Song)ที่มีคุณค่าและควรรักษาไว้ตราบนานเท่านาน

    ในขณะเดียวกัน ถ้าจะกล่าวถึงยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้คนบนผืนโลกแคบๆของเรามีการติดต่อเดินทางกันมากขึ้นทุกๆวัน มีการเผยแพร่วัฒนธรรมจากประเทศหนึ่งไปสู่อีกประเทศหนึ่ง จากซีกโลกหนึ่งไปสู่อีกฝั่งซีกโลกหนึ่ง


    ของฝากจากผู้เขียน
    แน่ใจนะว่าลิ้งค์พวกนี้เป็นเพียง 🔺เอามะพร้าวห้าวมาขายสวน🔺 ก็เท่านั้น!"





    เราจะเห็นได้ว่าวัฒนธรรมของตะวันตก(Western Culture) ได้แพร่หลายเข้าสู่ซีกประเทศของตะวันออก(Eastern)อย่างล้นหลาม เพลง(Song)ก็เช่นเดียวัน มีนักร้องจากนานาประเทศเข้ามาเปิดการแสดง(Concert) อยู่บ่อยๆ

    ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับการถามถึงเพลง(Song)ที่ชอบหรือโปรดปรานนั้น เขาพูดว่าอย่างไรกัน บางท่านอาจจะทราบอยู่แล้วใช่ไหมครับ

    ตามมาดูกันเลยดังตารางด้านล่างนี้ครับ

    Topics(หัวข้อ)
    Details(รายละเอียด)
    Sentence (ประโยค) What is your favorite song?
    English pronunciation (คำอ่าน) วอท อิส ยัวร์ เฟเวอริท ซอง
    Translation (แปล) คุณชอบเพลงอะไร 
    Thai pronunciation (คำอ่าน) khun chop pleng a-rai?
    Tense (รูปกาล) Present simple
    Rule (กฏ) Subj. + V.b + Obj.
    ประธาน + กริยา BE + กรรม


    เพิ่มเติม
      "What is your favorite song?" แปลว่า "เพลง(Song)โปรดของคุณคือเพลงอะไร" ก็ได้เหมือนกันครับ

      Favorite แปลว่า ชื่นชอบหรือโปรดปรานครับ คล้ายๆกับคำว่า Like ที่แปลว่า ชอบ ครับ

      นอกจากประโยคที่นำมาตีแตกกันในตารางด้านบนแล้ว ยังมีประโยคที่ใช้ได้เหมือนกันอีก เช่น

      What kind of song do you like? = ท่านชอบเพลงประเภทไหน / แบบไหน

      What sort of song do you like? = แปลเหมือข้อ 1 ด้านบนเลยครับ

      What song do you like? = ท่านชอบเพลงอะไร

      What kind of music do you like? = ท่านชอบดนตรีแบบไหน

      ตัวอย่างประโยคที่ใช้ตอบ

      I like pop-music. ฉันชอบเพลงป็อป

      My favorite song is the "Splash Out". ฉันชอบเพลงรักต้องเปิด(แน่นอก)

      I love jazz and hip hop. ฉันชอบเพลงแจสและฮิปฮอบ

      โอกาสหน้าผมจะนำเนื้อเพลงบางท่อนมาแปลกันครับ อย่าลืมติดตามกันนะครับเพื่อนๆ
      Vocabulary
      Pronunciation
      Translation
      And แอนด์ และ กับ ก็ดี รวมทั้ง ตลอดจน
      Do ดู ทำ จัดการ เดินทาง พอเพียง มีพอเพียง ลงโทษ เลียนแบบ แวะเยี่ยม ศึกษา เสพยา / กริยาช่วยใช้ขึ้นต้นประโยคคำถาม
      Favorite เฟฟโวริท ชื่นชอบ
      Hip-hop ฮิบ-ฮอบ เพลงแนวฮิบ-ฮอบ
      I ไอ กระหม่อม, กัน, กู, ข้า, ข้าพเจ้า, ข้าพระพุทธเจ้า, ฉัน, ดิฉัน, ผม, อั๊ว(คำนาม)
      Is อิส เป็น อยู่ คือ
      Jazz แจส เพลงแจ๊ส
      Kind of ไคน์ด ออฟ ชนิด / ประเภท
      Like ไลค์ ชอบ
      Love ลัฟว รัก / ชอบ
      Music มิวสิค เพลง ดนตรี โน้ตเพลง เสียงไพเราะ เสียงดนตรี เสียงเพลง
      Pop-music ป๊อป-มิวสิค เพลงป๊อป
      Song ซอง เพลง
      Sort of ซอร์ท ออฟ ประเภท ชนิด จำพวก แบบ การเรียงลำดับ
      What วอท อะไร
      You ยู ท่าน คุณ เธอ มึง เจ้า ไอ้ แก ลื้อ เอ็ง ใต้ฝ่าพระบาท ใต้ฝ่าละอองพระบาท ใต้เท้า พวกคุณ แม่นาง พวกเธอ
      Your ยัวร์ (คุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ) ท่าน ของคุณ ของพวกท่าน ของพวกคุณ