สวัสดีครับ/ค่ะ! ยินดีต้อนรับสู่บล็อกของเราอีกครั้ง วันนี้เราจะพาทุกคนไปเรียนรู้ คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับส่วนต่างๆ ของร่างกาย (Body Parts Vocabulary) ที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการสื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ หรืออยากทบทวนคำศัพท์ให้แม่นยำ บทความนี้เหมาะสำหรับคุณแน่นอน!
ทำไมต้องเรียนรู้คำศัพท์ Body Parts? ลองคิดดูสิครับ/ค่ะ ว่าบ่อยแค่ไหนที่เราต้องพูดถึงเรื่องร่างกาย ไม่ว่าจะอธิบายอาการเจ็บป่วย บอกลักษณะรูปร่าง หรือแม้แต่ใช้ในการออกกำลังกาย การรู้คำศัพท์เหล่านี้จะช่วยให้คุณมั่นใจในการสื่อสารมากขึ้น และเข้าใจภาษาอังกฤษได้ลึกซึ้งกว่าเดิม
เราได้รวบรวม 50 คำศัพท์ Body Parts ภาษาอังกฤษ ที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมคำอ่าน และตัวอย่างประโยคเข้าใจง่าย รับรองว่าเรียนรู้แล้วนำไปใช้ได้ทันที!
ส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย (Major Body Parts)
มาเริ่มกันที่ส่วนหลัก ๆ ที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวัน
1. Head (เฮด) - ศีรษะ, หัว
Example: My head hurts. (ฉันปวดหัว)
2. Face (เฟซ) - ใบหน้า
Example: She has a beautiful face. (เธอมีใบหน้าที่สวยงาม)
3. Hair (แฮร์) - ผม
Example: Her hair is long and black. (ผมของเธอยาวและสีดำ)
4. Eye (อาย) - ตา (พหูพจน์: Eyes)
Example: He has blue eyes. (เขามีดวงตาสีฟ้า)
5. Ear (เอียร์) - หู (พหูพจน์: Ears)
Example: Please speak louder, I can't hear you well with this ear. (กรุณาพูดดังขึ้นหน่อย ฉันไม่ได้ยินคุณชัดเจนด้วยหูข้างนี้)
6. Nose (โนส) - จมูก
Example: My nose is running. (ฉันมีน้ำมูกไหล)
7. Mouth (เมาธ์) - ปาก
Example: Close your mouth when you chew. (หุบปากของคุณเมื่อเคี้ยว)
8. Lip (ลิป) - ริมฝีปาก (พหูพจน์: Lips)
Example: She has full lips. (เธอมีริมฝีปากอวบอิ่ม) full แปลว่า เต็ม แต่ในที่นี้แปลว่า อวบอิ่ม
9. Tooth (ทูธ) - ฟัน (พหูพจน์: Teeth - ทีธ) เปลี่ยนรูปสระจาก oo เป็น ee
Example: I brush my teeth twice a day. (ฉันแปรงฟันวันละสองครั้ง)
10. Tongue (ทัง) - ลิ้น
Example: Stick out your tongue. (แลบลิ้นของคุณออกมา)
11. Neck (เนค) - คอ
Example: My neck is stiff. (ฉันคอแข็ง)
12. Shoulder (โชลเดอร์) - ไหล่ (พหูพจน์: Shoulders)
Example: He carried the bag on his shoulder. (เขาแบกกระเป๋าไว้บนไหล่ของเขา)
13. Arm (อาร์ม) - แขน (พหูพจน์: Arms)
Example: My arms are tired from lifting weights. (แขนของฉันเมื่อยจากการยกน้ำหนัก)
14. Hand (แฮนด์) - มือ (พหูพจน์: Hands)
Example: Wash your hands before eating. (ล้างมือก่อนกินข้าว)
15. Finger (ฟิงเกอร์) - นิ้วมือ (พหูพจน์: Fingers)
Example: She has long, slender fingers. (เธอมีนิ้วมือที่เรียวยาว)
16. Chest (เชสต์) - อก, หน้าอก
Example: He felt a pain in his chest. (เขารู้สึกเจ็บที่หน้าอก)
17. Stomach (สโตแมค) - ท้อง, กระเพาะอาหาร
Example: My stomach is growling. (ท้องของฉันกำลังร้องจ๊อก ๆ)
18. Leg (เลก) - ขา (พหูพจน์: Legs)
Example: My legs are sore after running. (ขาของฉันปวดเมื่อยหลังจากวิ่ง)
19. Knee (นี) - หัวเข่า (พหูพจน์: Knees) ไม่ออกเสียงตัว K นะครับ
Example: He fell and hurt his knee. (เขาล้มและเจ็บหัวเข่า)
20. Foot (ฟุท) - เท้า (พหูพจน์: Feet - ฟีท)
Example: My feet are tired from walking all day. (เท้าของฉันเมื่อยจากการเดินทั้งวัน)
21. Toe (โท) - นิ้วเท้า (พหูพจน์: Toes)
Example: I stubbed my toe on the table. (ฉันเตะนิ้วเท้าชนโต๊ะ)
ส่วนภายในและส่วนอื่น ๆ ที่ควรรู้ (Internal & Other Important Parts)
บางครั้งเราก็ต้องพูดถึงส่วนที่อยู่ภายใน หรือส่วนย่อยอื่น ๆ ที่สำคัญไม่แพ้กัน
22. Brain (เบรน) - สมอง
Example: The brain controls our thoughts and actions. (สมองควบคุมความคิดและการกระทำของเรา)
23. Heart (ฮาร์ท) - หัวใจ
Example: Your heart pumps blood throughout your body. (หัวใจของคุณสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย)
24. Lung (ลัง) - ปอด (พหูพจน์: Lungs)
Example: Smoking can damage your lungs. (การสูบบุหรี่สามารถทำลายปอดของคุณได้)
25. Liver (ลิฟเวอร์) - ตับ
Example: The liver helps to detoxify the body. (ตับช่วยในการล้างพิษในร่างกาย)
26. Kidney (คิดนีย์) - ไต (พหูพจน์: Kidneys)
Example: The kidneys filter waste from the blood. (ไตกรองของเสียออกจากเลือด)
27. Bone (โบน) - กระดูก (พหูพจน์: Bones)
Example: Calcium is important for strong bones. (แคลเซียมมีความสำคัญต่อกระดูกที่แข็งแรง)
28. Skin (สกิน) - ผิวหนัง
Example: Protect your skin from the sun. (ปกป้องผิวหนังของคุณจากแสงแดด)
29. Muscle (มัสเซิล) - กล้ามเนื้อ (พหูพจน์: Muscles)
Example: Regular exercise builds strong muscles. (การออกกำลังกายสม่ำเสมอสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรง)
30. Vein (เวน) - หลอดเลือดดำ
Example: Blood flows through your veins. (เลือดไหลผ่านหลอดเลือดดำของคุณ)
31. Artery (อาร์เทอรี) - หลอดเลือดแดง
Example: Arteries carry oxygenated blood away from the heart. (หลอดเลือดแดงนำเลือดที่มีออกซิเจนออกจากหัวใจ)
32. Nerve (เนิร์ฟ) - เส้นประสาท (พหูพจน์: Nerves)
Example: My nerves are on edge. (ฉันรู้สึกประหม่า)
33. Back (แบ็ค) - หลัง
Example: My back aches from sitting all day. (ฉันปวดหลังจากการนั่งทั้งวัน)
34. Waist (เวสต์) - เอว
Example: Measure your waist size. (วัดขนาดเอวของคุณ)
35. Hip (ฮิป) - สะโพก (พหูพจน์: Hips)
Example: She has wide hips. (เธอมีสะโพกผาย)
36. Thigh (ไธ) - ต้นขา (พหูพจน์: Thighs)
Example: Strong thighs are important for running. (ต้นขาที่แข็งแรงสำคัญต่อการวิ่ง)
37. Calf (คาฟ) - น่อง (พหูพจน์: Calves - คาฟวส)
Example: He has well-developed calves. (เขามีน่องที่พัฒนาดี) เช่น หมายถึงกล้ามน่องแข็งแร็งขึ้นจากกล้ามเนื้อน่องลีบ...
38. Ankle (แอ๊งเคิล) - ข้อเท้า (พหูพจน์: Ankles)
Example: I sprained my ankle. (ฉันข้อเท้าแพลง)
39. Heel (ฮีล) - ส้นเท้า (พหูพจน์: Heels)
Example: She walks on her heels. (เธอเดินด้วยส้นเท้า)
40. Wrist (ริสต์) - ข้อข้อมือ (พหูพจน์: Wrists)
Example: I wear a watch on my wrist. (ฉันใส่นาฬิกาที่ข้อมือ)
41. Elbow (เอลโบ) - ข้อศอก (พหูพจน์: Elbows)
Example: He leaned on his elbows. (เขาเท้าแขนบนข้อศอก)
42. Forehead (ฟอร์เฮด) - หน้าผาก
Example: He wiped sweat from his forehead. (เขาเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก)
43. Chin (ชิน) - คาง
Example: She rested her chin on her hand. (เธอเท้าคางบนมือของเธอ)
44. Cheek (ชีค) - แก้ม (พหูพจน์: Cheeks)
Example: Her cheeks were red from the cold. (แก้มของเธอแดงก่ำเพราะความหนาว)
45. Eyebrow (อายบราว) - คิ้ว (พหูพจน์: Eyebrows)
Example: He raised an eyebrow in surprise. (เขายกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ)
46. Eyelash (อายแลช) - ขนตา (พหูพจน์: Eyelashes)
Example: She has long, thick eyelashes. (เธอมีขนตายาวและหนา)
47. Nail (เนล) - เล็บ (พหูพจน์: Nails)
Example: She painted her nails red. (เธอทาเล็บสีแดง)
48. Palm (ปาล์ม) - ฝ่ามือ
Example: Read my palm. (อ่านลายมือฉันสิ)
49. Sole (โซล) - ฝ่าเท้า
Example: The sole of my shoe has a hole. (ฝ่าเท้าของรองเท้าฉันมีรู)
50. Hip (ฮิป) - สะโพก (ซ้ำอีกครั้ง เพื่อเน้นย้ำความสำคัญที่อาจสับสนกับ waist)
Example: She swung her hips when she walked. (เธอส่ายสะโพกขณะเดิน)
เกร็ดความรู้ Grammar: Plural Nouns แบบง่ายๆ (และไม่น่าเบื่อ!)
สำหรับคำศัพท์ Body Parts หลายคำที่เราเห็นไปนั้น บางทีก็เป็นเอกพจน์ (singular) และบางทีก็เป็นพหูพจน์ (plural) สังเกตไหมครับ/ค่ะ?
ปกติแล้ว: เราแค่เติม -s ท้ายคำนามส่วนใหญ่เพื่อทำให้เป็นพหูพจน์ เช่น
Arm (แขน 1 ข้าง) ➡️ Arms (แขนหลายข้าง)
Shoulder (ไหล่ 1 ข้าง) ➡️ Shoulders (ไหล่ 2 ข้าง)
แต่มีบางคำที่เปลี่ยนรูปไปเลย (Irregular Plurals) หรือลงท้ายด้วยพยัญชนะอื่น ๆ:
Foot (เท้า 1 ข้าง) ➡️ Feet (เท้าหลายข้าง)
Tooth (ฟัน 1 ซี่) ➡️ Teeth (ฟันหลายซี่)
Calf (น่อง 1 ข้าง) ➡️ Calves (น่องหลายข้าง)
Mouse (หนู 1 ตัว) ➡️ Mice (หนูหลายตัว) - อันนี้ไม่ใช่ Body Part แต่เป็นตัวอย่างยอดนิยมที่นักเรียนชอบจำสลับกัน!
เคล็ดลับ: ไม่ต้องกังวลว่าจะจำไม่ได้ทั้งหมดในครั้งแรกครับ! การฝึกใช้บ่อยๆ การอ่านประโยคตัวอย่างเยอะๆ จะช่วยให้คุณคุ้นเคยกับรูปแบบเหล่านี้ไปเองโดยธรรมชาติเหมือนเจ้าของภาษาเลย ใช้บ่อยๆจะเกิดความคุ้นเคยแบบโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นไม่ต้องคิดเยอะ เอาเวลาเรียนไปแต่งประโยคโดยใช้คำศัพท์ดังกล่าวเลยจะดีมากครับ
ลองทดสอบตัวเองกันหน่อย! (Self-Check Test)
มาดูกันว่าคุณจำคำศัพท์ได้ดีแค่ไหน ลองตอบคำถามเหล่านี้ดูนะครับ/ค่ะ:
ถ้าคุณเจ็บที่ "neck" คุณเจ็บที่ส่วนไหนของร่างกาย?
คุณใช้ "eyes" ในการทำอะไร?
ส่วนไหนของร่างกายที่ใช้สำหรับ "smell" (ดมกลิ่น)?
ถ้าเพื่อนบอกว่า "My stomach hurts," เขาเจ็บที่ไหน?
ถ้าคุณอยากบอกว่า "ฉันมีสองขา" คุณจะใช้คำว่าอะไรในภาษาอังกฤษ? (จำเรื่อง singular/plural ได้ไหมนะ?)
เฉลย:
คุณเจ็บที่ คอ
คุณใช้ ตา ในการ มองเห็น (see)
คุณใช้ nose (จมูก) ในการดมกลิ่น
เขาเจ็บที่ ท้อง
"I have two legs." (สังเกตว่าใช้ legs แบบพหูพจน์)
ถ้าตอบได้ถูกต้องเยอะ แสดงว่าคุณสุดยอดมาก! ถ้ายังไม่ได้ไม่เป็นไรครับ/ค่ะ ลองทบทวนอีกครั้งแล้วฝึกฝนต่อไปเรื่อยๆ นะครับ/ค่ะ
สรุป
การเรียนรู้ คำศัพท์ Body Parts ภาษาอังกฤษ เป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้คุณสื่อสารได้อย่างมั่นใจและเป็นธรรมชาติมากขึ้นในสถานการณ์ต่างๆ หวังว่า 50 คำศัพท์ที่เรานำมาฝากวันนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยจุดประกายความสนุกในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้กับคุณนะครับ/ค่ะ
จำไว้ว่าการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอเป็นหัวใจสำคัญ ลองนำคำศัพท์เหล่านี้ไปใช้ในประโยคบ่อยๆ ทั้งพูด อ่าน และเขียน หรือจะลองฝึกกับเพื่อนดูก็ได้ครับ/ค่ะ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านบล็อกของเรานะครับ/ค่ะ! ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ อย่าลืม แชร์ ให้เพื่อนๆ และ กดไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้เราสร้างสรรค์เนื้อหาดีๆ แบบนี้ต่อไปนะครับ/ค่ะ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า!
Read more :
ฉันสนุกกับงานประกันฯ(I Enjoy My Loan Insurance Job At The Beginning)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น