พกดิกชันนารีภาษาอังกฤษ

เคล็ดลับที่ 1

พกดิกชันนารีติดตัว(Dictionary carry)

วิธีนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ผมทำแล้วส่งผลให้ผมเก่งศัพท์ภาษาอังกฤษขึ้นเป็นกระบุงโกยเลยครับพีๆน้องๆ ผมเริ่มจากหาซื้อดิกชันนารีเล่มเล็กๆติดตัวไว้ไม่ว่าจะเดินทางไปไหน ขึ้นรถ ลงเรือ ไปเชียงใหม่ ล่องภูเก็ต หรือแม้กระทั่งขึ้นรถเมล์เดินทางไปทำงาน ท่านจะเห็นประโยชน์ของการนั่งรถเมล์กับการต้องขับรถเองก็ตอนนี้แหล่ะครับ

ขณะที่ผมนั่งรถเมล์อยู่นั้น พอผมมองเห็นคนขับรถเมล์ปุ๊บ-ผมก็ถามตัวเองปั๊บว่า

"คำว่าพนักงานขับรถเมล์ภาษาอังกฤษคืออะไร"

คำนี้ผมไม่ทราบว่าภาษาอังกฤษคืออะไรมาก่อน ผมก็เลยเปิดดิกฯดูคำศัพท์ทันที จึงพบกับคำว่า “Bus driver” ครับ คุณเชื่อหรือไม่ครับว่า ผมสามารถจดจำศัพท์ว่า "BUS DRIVER" ได้ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเลยครับ

มีต่ออีกครับ ตามผมมาเลยครับ มาดูคำว่า

กระเป๋ารถเมล์ “Bus Ticket collector” / “Conductor”
ผู้โดยสาร “Passenger”
ราวของรถเมล์ “Rail”
ม่านบังแดด = Curtain
ที่นั่ง คือ Seat
บันได Stairs
ยางรถยนต์ Car tire เป็นคำนาม ถ้าเป็นคำกริยาแปลว่า เหนื่อย

ระหว่างที่นั่งไปเรื่อยๆ มองไปข้างถนนเหลือบไปเห็นป้ายรถเมล์ ผมก็หาศัพท์เพิ่มทันทีครับ มันคือ “Bus stop” = ป้ายรถเมล์

เห็นเสาไฟฟ้าข้างถนน เปิดดิกชันนารีดูอีกครับมันคือ “Electricity post”

ทางม้าลาย “Crosswalk”
ถนน “Street / Road”
นก Bird (นกกำลังเกาะเสาไฟอยู่พอดีครับ)

ขณะที่ผมกำลังง่วนกับการเปิดดิกชันนารีหาคำแปลอยู่นั้น เผอิญมีผู้โดยสารคนหนึ่งขึ้นรถมา ผมสังเกตุเห็นเสื้อยืดที่เขาใส่อยู่ สกรีนเป็นภาษาอังกฤษ ผมก็รีบเปิดหาศัพท์ดูอย่างเร่งด่วนครับ ด้วยความที่ว่าเดี๋ยวเขาจะลงไปซะก่อนก็จะชวดกันพอดี หาอยู่ตั้งนาน เมื่อแปลออกมาแล้ว ผมถึงกับอึ้งเลยครับ พลางคิดว่า เอ! เราก็ไม่ได้ไปทำอะไรให้เขาเดือดร้อนซักกะหน่อย ก็แล้วมาด่ากันทำไมเนี่ย ท่านลองเดาดูซิครับว่ามันแปลว่าอะไรกัน เขา "Paint Screen" ใว้บริเวณด้านหลังเสื้อยืดที่เขาใส่และยืนหันหลังให้ผม ข้อมความนั้นเขียนว่า

"Look What?, F-ck You! Man” 

ผมจะทำอย่างนี้จนเป็นสิ่งปกติไปเลย เมื่อทำไปแล้วซักพักใหญ่ๆ ผมรู้สึกว่าผมรู้คำศัพท์มากขึ้นเป็นลำดับ จำศัพท์ได้มากขึ้น แม่นและเร็ว ที่สำคัญคือผมแทบจะไม่ลืมคำเหล่านั้นง่ายๆซะด้วยสิครับคุณ

เอ! ทำไมไม่เหมือนกับเรียนในห้องกับอาจารย์เลย ผมมานั่งคิดๆดู เมื่อผมเปรียบเทียบกันตอนที่ผมเรียนภาษาในห้องเรียน ผมลืมคำศัพท์เป็นประจำ เรียนวันนี้ ถัดไปอีกสองวันมาเจออาจารย์ในห้องเรียนอีกครั้ง พออาจารย์ถามเกี่ยวกับคำศัพท์ว่า

"จำได้ไหมเมื่อครั้งที่แล้วที่เราเรียนกันไปมีศัพท์ใหม่ๆอะไรบ้าง?" 

ผมนึกไม่ค่อยจะออกเอาซะเลย เวลาเรียนในห้องเรียนพร้อมกับเพื่อนๆ ผมก็เรียนตามเขาไม่ค่อยทัน จนอาจารย์(ชื่อ Pierre เป็นชาวฝรั่งเศส) เคยถามผมว่า “Where were you ha Worawit? ” “Where have you been?” จ๋อยเลยผม

ขณะที่ท่านอ่านเรื่องราวของผมอยู่นี้ ท่านเริ่มทดลองนำเอาวิธีของผมไปใช้ได้เลยครับ เริ่มต้นกับสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวท่านมากที่สุดตอนนี้เลยคือ ท่านอ่านบล็อกของผมผ่านเครื่องมืออุปกรณ์อะไรครับ นึกเป็นภาษาอังกฤษเลยครับ เช่น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ภาษาอังกฤษคืออะไร = PC personal computer, โน้ทบุ๊คล่ะ ศัพท์ภาษาอังกฤษเขียนอย่างไร = laptop/note book, เทบเล็ท = tablet หรือว่าท่านกำลังใช้โทรศัพท์มือถืออยู่ เขาเรียกว่า Mobile phone หรือ Cell phone (Cellular phone) เป็นต้นครับ

คราวนี้ลองมองไปรอบๆตัวท่าน เห็นอะไรบ้างครับ และสิ่งต่างๆเหล่านั้นท่านทราบคำศัพท์หมดแล้วหรือยังครับ เช่น ทีวี ตู้เย็น พัดลม แอร์ ผ้าเช็ดตัว หมอน ที่นอน มุ้ง ฯลฯ

ถ้าเราทราบคำศัพท์ที่อยู่ใกล้ๆตัวของเราหมดแล้วก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีมากครับว่า "มีความรอบรู้คำศัพท์พอสมควร" เป็นการเริ่มต้นที่ดีมาก เพื่อนำไปสู่ในขั้นที่สูงขึ้นๆต่อไปอีก(It's very good sign for the beginning of English learning)

ในทางกลับกัน ถ้าคำศัพท์ของสิ่งที่เราเห็นรอบๆตัวเรานั้น เรายังไม่ค่อยทราบซักกะเท่าไหร่เลยหน่ะสิ จะเป็นอุปสรรคในการพัฒนาภาษาไหมหนอ บางท่านกังวลต่อไปอีกว่า เอ..อายุปูนนี้จะเรียนไหวเหรอ สมองมันจะปรู๊ดปร๊าดเหมือนกับพวกเด็กๆเขาหรือเปล่า ไม่เป็นไรครับ อ่าน "14 เคล็ดลับเรียนภาษาอังกฤษจากประสบการณ์จริง" ของผมให้ครบและนำไปใช้ดู ผมรับรองว่าท่านจะต้องพบความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดในเวลาอันรวดเร็วยิ่งกว่าโฆษณาชุดชั้นในหรือครีมบำรุงผิวพรรณซะอีกครับ

"เราเริ่มแล้ว แล้วท่านล่ะเริ่มหรือยัง"

[Time And Tide Wait For No Man]

See more:

เคล็ดลับที่ 14
เคล็ดลับที่ 13
เคล็ดลับที่ 2
เคล็ดลับที่ 3

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น