ขีดๆเขียนๆเป็นต้องภาษาอังกฤษ

เคล็ดลับที่ 9

หัดเขียนภาษาอังกฤษ:

1.เขียนจดหมายภาษาอังกฤษ

ผมเริ่มเขียนจดหมายเป็นภาษาอังกฤษครั้งแรกก็เพราะว่า วันหนึ่งที่ผมเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการอยู่ที่กองร้อยทหารอากาศแห่งหนึ่งย่านดอนเมือง ปรากฏว่าได้มีจดหมายฉบับหนึ่งซึ่งเขียนด้วยภาษาอังกฤษส่งผิดมาที่กองร้อยดังกล่าว ผมทำงานอยู่ในออฟฟิสบรรณาการจึงได้เห็นจดหมายฉบับดังกล่าว เมื่อเปิดอ่านดูจึงทราบเป็นจดหมายของนักศึกษาไทยที่ไปเรียนต่างประเทศและได้เขียนจดหมายฉบับดังกล่าวมาหาเพื่อน แต่ไม่ทราบว่าจ่าที่อยู่หน้าซองไม่ชัดเจนหรืออย่างไรไม่ทราบ มันจึงหลงมาจนผมได้เห็นดังกล่าวนั่นแหล่ะครับ

คืนนั้นผมจึงได้เขียนจดหมายขึ้นมาหนึ่งฉบับ(เป็นภาษาอังกฤษ) เนื้อความบอกว่าคุณเจ้าของจดหมายครับ คุณส่งจดหมายไม่ถึงผู้รับและมันอยู่กับผมนี่เอง ไม่นานเธอก็ตอบกลับมาว่าขอบคุณมากที่เขียนจดหมายแจ้งให้เธอทราบและเธอก็บอกเพิ่มเติมมาว่าไม่เป็นไรหรอกนะ ทิ้งมันไปได้เลย มันเป็นจดหมายที่ Crazy มากๆเท่านั้นเองแหล่ะ ครับและนี่ก็เป็นเรื่องราวของการเริ่มเขียนจดหมายเป็นภาษาอังกฤษของผมครับ

อยากเล่าให้ฟังอีกฉบับหนึ่งครับ ขณะที่ผมทำงานอยู่ในห้องรับบริจาคโลหิตในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งแถวดอนเมืองในช่วงที่เป็นทหารเกณฑ์กองประจำการอยู่นั้น ได้มีสาวอเมริกันมาบริจาคโลหิตครับ ด้วยความชอบพูดภาษาอังกฤษเป็นทุนอยู่แล้ว ผมจึงได้พูดคุยถามไถ่เธอถึงเรื่องราวต่างๆว่าเป็นไงมาไงถึงได้มาอยู่เมืองไทยได้ เธอบอกว่า ทำงานเป็นมิชชันนารี เกี่ยวกับการเผยแพร่ศานาคริสต์ ก่อนกลับเธอใด้ให้นามบัตรไว้ ผมจึงได้เขียนจดหมายไปหาเธอ เธอบอกผมภายหลังว่าผมเป็นคนไทยคนแรกเลยที่ได้รับนามบัตรแล้วเขียนจดหมายไปหา คนอื่นๆให้ไปไม่เคยเขียนไปหาเธอเลย ต่อมาเธอได้นัดให้ผมเข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับการบรรยายและพบปะกันในกลุ่มของชาวคริสต์ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านรังสิต ผมได้เข้าร่วมอยู่หลายครั้งและมีเพื่อนเพิ่มขึ้น ทั้งยังได้พัฒนาภาษาอังกฤษไปด้วยเลยครับ

2. จดโน้ทประชุมเป็นภาษาอังกฤษ

ผมทำงานชาวต่างชาติครับ เมื่อเวลาที่มีการประชุมหรือการสั่งงานใดๆ ผมก็จะจดเป็นภาษาอังกฤษครับ พยายยามจดไปเรื่อยๆ บ่อยๆ แล้วเราก็จะชินและทำเป็นเองโดยอัตโนมัตครับ แรกๆที่ผมเริ่มจดใหม่ๆ แล้วเราก็จะชินและทำเป็นเองโดยอัตโนมัตครับ แรกๆที่ผมเริ่มจดใหม่ๆ ไม่ทราบว่าจะเขียนแบบไหน จะเริ่มเขียนอย่างไรดี ผมจึงเขียนแบบว่าเขียนถูกผิดไม่เป็นไร ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษและอีกย่างคือตัวเราเข้าก็แล้วกันเป็นอันใช้ได้ ทุกวันนี้ผมก็ยังจดหรือเขียนบันทึกต่างๆเป็นภาษาอังกฤษครับ

3. เขียนสิ่งที่ต้องทำ(Things to do)ลงในไดอารี(Diary)เป็นภาษาอังกฤษ

บางครั้งบางคราที่ต้องวางแผนล่วงหน้าว่าผมจะทำอะไรบ้างในวันนั้นวันนี้หรือวันไหนๆ ผมก็จะจดเป็นภาษาอังกฤษไว้ครับเพื่อเป็นการเตือนตัวเองและกันลืมครับ แม้ว่าถ้าผมจะไปช็อปปิ่งในร้านค้าดิสเค้าท์สโตร์ใหญ่ๆ ผมก็จะลิสต์เป็นภาษาอังกฤษว่าจะซื้ออะไรบ้างอย่างนี้เป็นต้นครับ

4. บันทึกชื่อและเบอร์โทรศัพท์ลงมือถือเป็นภาษาอังกฤษ

โทรศัพท์มือถือของผม ผมจะใช้โหมด (Mode) เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดครับ การบันทึกรายชื่อ (Name) เบอร์โทร (Telephone number) เขียนข้อความ(Message) อื่นๆ เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด จนทุกวันนี้ ถ้า switch หน้าหรือคำสั่งไปเป็นภาษาไทยแล้วหล่ะก็ ผมใช้ได้ไม่คล่องเท่ากับเลือกการสั่งงานเป็น Mode เป็นภาษาอังกฤษซะอีกครับ น่าน…เป๊ะเวิ่อร์เลยผม

5. เขียนบล็อกภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาภาษาสู่สายตาคนทั่วโลก

เนื่องจากช่วงนี้บล็อกได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลกและมีให้บริการฟรีๆหลายรายด้วยกัน ผมจึงมีบล็อกเป็นของตนเองอยู่หลายบล็อกพอสมควร และที่แน่ๆท่านคงเดาออกนะครับว่าผมต้องมีบล็อกที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษแน่ๆ ถูกต้องแล้วครับ ผมเขียนบล็อกเป็นภาษาอังกฤษล้วนๆอยู่หลายบล็อกพอสมควรครับ ผมไม่มายด์(mind)เรื่องความถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ของการใช้ภาษาอังกฤษของผมมากนักครับ เพราะว่าเรายังไม่เก่งขั้นเทพแห่งภาษาอังกฤษนั่นเองครับ แต่ผมก็จะใช้เครื่องมือช่วยตรวจความถูกต้องโครงสร้างไวยากรณ์ก่อนครับ มีบางครั้งที่ฝรั่งเขียน Comment มาว่าใช้เครื่องมือแปลภาษาเขียนบล็อกหรือเปล่าเนี่ยะ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ตรงกันข้ามผมได้เพิ่มความพยายามที่จะเขียนและตรวจสอบให้มากขึ้นเรื่อยๆจนแทบจะไม่มีความผิดเพี้ยนเลย

ครับ สรุปคือต้องคิดดีคิดบวกครับ เพื่อความพัฒนาภาษาของเรานั่นเองครับ หากท้อแท้หรืออาย ก็แล้วใครกันหล่ะที่จะเก่งภาษาโดยเพียงแค่นั่งภาวนาอยู่ในใจโดยไม่ได้พูดจริง เขียนจริงหล่ะครับ

ปัจจุบันผมสามารถเขียนบล็อกเป็นภาษาอังกฤษให้ฝรั่งอ่านทั่วโลกครับ เช่น บล็อกสอนภาษาไทยให้กับฝรั่ง บล็อกสอนวิธีลัดเอกเซล(Excel tip) บล็อกแปลเพลงสากลเป็นภาษาไทย(Song Translation) บล็อกรีวิวโทรศัพท์มือถือ(Cell Phone Review) ฯ เป็นต้น

6. เขียน Comment เป็นภาษาอังกฤษ ตามบล็อกและเวบไซท์ต่างๆ

ผมจะท่องอินเตอร์เน็ตไปตามเว็บไซท์ต่างๆเพื่อหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆตลอดเวลาครับ เมื่อไมครับ เมื่อไปพบว่าบางบล็อกเขามีช่อง Comment เปิดใว้ให้ผู้เยี่ยมชมลงความคิดเห็นหรือฝากข้อความต่างๆไว้ ผมก็ไม่พลาดอย่างแน่นอนครับ แม้กระทั่งเว็บของการนำเสนอข่าวสำนักใหญ่ๆระดับโลก ผมก็ยังเคยฝาก Comment ไว้กับเขาด้วยเลยครับ

See more:
เคล็ดลับที่ 7
เคล็ดลับที่ 8
เคล็ดลับที่ 10
เคล็ดลับที่ 11

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น