ชมงาน-อบรม-สัมมนาภาษาอังกฤษ

เคล็ดลับที่ 8

เข้าชมงาน อบรม สัมนาที่บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ

ผมจะอ่านหนังสือพิมพ์หรือหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเพื่อดูว่าที่ไหนมีการจัดงานหรืออบรมสัมมนาที่เป็นภาษาอังกฤษบ้าง ผมจะสนใจไปงานเหล่านี้เป็นพิเศษ ก็ถ้าฟรีหรือว่าถูกด้วยแล้วหล่ะคุณเอ๊ย! เข้าทางผมเลยครับ มาดูตัวอย่างที่ผมฝึกภาษาอังกฤษด้วยการไปร่วมงานต่างกับเขาด้วยซึ่งนำมาแบ่งปันกันดังต่อไปนี้ครับ

1] ชมงานศึกษาต่อต่างประเทศ (Education fair)

ผมได้เข้าร่วมงานเชิญชวนไปศึกษาต่อต่างประเทศ (Education fair) งานนี้จะมีบู๊ทที่มีเจ้าหน้าที่และ/หรือตัวแทนของโรงเรียน(School) วิทยาลัย(Collage) มหาวิทยาลัย(University) ของประเทศต่างๆมาจัดแสดงที่โรงแรมหรูระดับห้าดาวย่านถนนวิทยุครับ ภายในงานมีบรรดาผู้มีอันรับประทานเข้าร่วมงานกันพอสมควรครับ และแน่นอนครับ ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่พอมีพอกินไปวันๆเข้าไปแจมกับเขาด้วยครับ ถ้าจะพูดเป็นภาษาวัยรุ่นเขาพูดกันว่า “เนียน” ครับ ผมตีเนียนเข้าไปร่วมงานด้วย แหมคุณครับ มันตื่นเต้นดีจริงๆครับเวลาที่เขาแนะนำระบบการศึกษาของประเทศเขา ไอ้ผมเองก็ฟังรู้บ้างไม่รู้บ้าง มันเป็นประสบการณ์ที่ผมประทับใจมากอีกครั้งหนึ่งของการเรียนภาษาอังกฤษแบบ Adventure ของผมอีกครั้งหนึ่งเช่นกันครับ

เป้าหมายของผมไม่ใช่การไปศึกษาต่อต่างประเทศครับ เพราะว่าแค่ในประเทศไทยของเราเนี่ย ผมยังลำบากเลยครับ แล้วจะเอาสตุ้งสตางค์ที่ไหนไปเรียนกับเขาหล่ะครับเมืองนอกเมืองนา แค่คิดก็ยังไม่กล้าเลย แต่สิ่งที่ผมกล้าคือกล้าที่จะพูดภาษาอังกฤษกับพวกเขาครับ กล้าเข้าไปร่วมภายในงานด้วย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่จำได้แม่นครับ เพราะว่าได้หลายอย่าง ทั้งความกล้าที่จะคิด กล้าที่จะพูดภาษาอังกฤษกับเจ้าหน้าที่ที่คอยแนะแนวการศึกษาจากอเมริกา ออสเตรเลีย ตัวเป็นๆกันเลยทีเดียวครับ ผมได้ความรู้หลายอย่างจากการเข้าไปร่วมงานครั้งนั้น เช่น รู้ว่างานเขาจัดกันอย่างไร พูดคุยอะไรกันบ้าง ขั้นตอนต่างๆ สำหรับเรื่องระบบการเรียนการศึกษา สถานที่เรียนต่างๆ ผมก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง จำได้ว่าในอเมริกาจะมีหน่วยงานหลักควบคุมระบบการศึกษาอยู่ 2 หน่วยงานด้วยกัน อะไรบ้าง จำไม่ได้แล้ว ต้องขอโทษด้วยนะครับ

ผมได้รับของแจกมาหลายชิ้นเหมือนกันครับในวันนั้น ผมจำได้ก็มี แผ่นซีดีแนะนำสถานศึกษา หนังสือแนะแนวการศึกษาต่อระบบต่างๆ คลิปหนีบกระดาษตัวใหญ่ๆ เป็นต้น และผมจำได้แม่นยำไม่ลืมเลยครับ ก็คือชื่อของสถาบันหนึ่งที่เขามาเปิดบู๊ทด้วย สถาบันชื่อ “Buffalo” university ครับ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าชื่อแบบนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร คงไม่คล้ายกับเจ้าตัวดำๆที่ทำนาอยู่ที่บ้านเราหรอกกระมัง

2] ร่วมฟังสัมมนาอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Seminar)

นี่เป็นอีกหนึ่งงานครับที่เป็น Adventure ในการเรียนภาษาอังกฤษตามแบบเฉพาะของผม  งานนี้ผมอ่านเจอจากหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษของไทยเรานี่แหล่ะครับ ผมอ่านดูแล้วรู้สึกว่ามันยอดเยี่ยมมากเลยครับงานนี้ เพราะว่ามันเป็นงานที่มีการบรรยายโดยชาวออสเตรเลีย บรรยายในหัวข้อ "แนวโน้มราคาและอสังหาริมทรัพย์-ประเทศออสเตรเลีย" ผมได้เข้าสัมมนาโปรโมทอสังหาริมทรัพย์บ้านและที่ดินของชาวออสเตรเลียที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท ที่สำคัญใครๆก็สามารถเข้าร่วมฟังได้ มีช่วงให้ซักถามด้วยและงานนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

หลังจากลงทะเบียนในวันนั้นผมก็ได้เข้านั่งฟังบรรยายกับคนอื่นๆ เขา ส่วนใหญ่เขาจะพูดถึงอาคาร สถานที่ บริเวณที่ผังเมืองในรัฐต่างๆของออสเตรเลียว่ามีโปรเจ็คขยับขยายอย่างไร ราคาประเมินประมาณเท่าไหร่ มหาวิทยาลัยสำคัญๆตั้งอยู่บริเวณใด มีการขนส่ง การเดินทางสะดวกสบายอย่างไร ระหว่างบรรยายก็มีคนไทยเราที่เข้าร่วมงานซักถามผู้พูดเป็นระยะๆเหมือนปกติทั่วๆไปครับ แต่ผมหน่ะถามตอนที่เขาบรรยายเสร็จแล้วซึ่งเขาจะเดินมาคุยแบบเป็นกันเองกับผู้ร่วมงานครับ

ผมจำได้ว่าผมถามเขาว่า “Is there any place that located closing to the university?”, "If I have a chance to study aboard.", "I might select one" โอ้โฮ ช่างกล้าถามซะจริงๆ ขนาดมาในงานยังเลือกงานที่จัดฟรีเลยครับ แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปเรียนถึงออสเตรเลีย แต่ ๆ ๆ ช้าก่อนครับท่านผู้อ่าน ก็เพราะเพียงผมต้องการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยการสัมผัสจากเรื่องจริงๆ เหตุการณ์จริงๆ หรือที่เขาเรียกว่า “Learning by Doing” แปลเป็นภาษาไทยว่า “เรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง” ครับ เขาให้คำตอบผมตามที่ผมถามไป Oh! Of course, there are many places that they locate next to university. “มีแน่นอนครับ มีหลายแห่งเลยที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัย” ผมจำได้ว่าเขาชี้รูปภาพของแผนที่ให้ผมดูด้วยครับ และนี่ก็เป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์การเรียนภาษาอังกฤษของผมอีกหน้าหนึ่งเช่นกันครับ

3] ร่วมอบรมโลจิสติกส์มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย

เลือกอบรมหลักสูตร/สัมมนาที่เป็นภาษาอังกฤษ ผมจะคอยติดตามข่าวสารการอบรมสัมมนาต่างๆเป็นภาษาอังกฤษครับ ผมจะชอบเป็นพิเศษ ครั้งหนึ่งผมได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมเรื่องโลจิสติกส์ซึ่งจัดโดยความร่วมมือกันระหว่างสภาขนส่งทางเรือกับมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนียซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมสุโขทัย ถนนสาทรครับ อาจารย์ที่สอนเป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัยนั่นแหล่ะครับ เรียนไปผมก็จินตนาการไปว่า การเรียนการสอนที่เราได้รับอยู่นี้ก็คงไม่แตกต่างจากการเรียนการสอนในอเมริกากันมากนักกระมัง เราไม่มีโอกาสแบบเต็มๆไปเรียนที่อเมริกา แต่เราสามารถได้รับบรรยกาศของมันที่เมืองไทยเรานี่ก็ถือว่าดีมากแล้วครับ

4] แจม House Outline มหาวิทยาลัย

งานนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้าฟัง House Outline มหาวิทยาลัยเอกชนมีชื่อย่านพัทยาแห่งหนึ่งครับอาจารย์ที่มาพูดเป็นอาจารย์ชาวต่างชาติครับ ผมฟังด้วยความตั้งใจและยิงคำถามด้วยความกล้า มั่นใจและไม่รู้สึกกระดากอายในการใช้ถาษาอังกฤษแบบถูกๆผิดๆของผมเลยซักนิดเดียว ผมจำได้ว่าอาจารย์เป็นชาวออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์ครับ

ผมถามว่า “What does the difference of education between Thai and your country?”

เขาตอบผมว่า “How tough this question it is!” ครับ

กลายเป็นว่าผมสร้างความอึดอัดให้กับอาจารย์ซะงั้นงานนี้ ฮา ฮา

See more:
เคล็ดลับที่ 6
เคล็ดลับที่ 7
เคล็ดลับที่ 9
เคล็ดลับที่ 10

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น