ดูหนังฟังเพลงภาษาอังกฤษ

เคล็ดลับที่ 6
ดูหนัง ฟัง-ร้องเพลงภาษาอังกฤษ

คงเป็นเพราะผมเป็นคนชอบความบันเทิงเป็นทุนอยู่แล้วครับ คือชอบฟังเพลงฝรั่ง ถ้าจะดูหนังในโรงภาพยนต์หรือว่าจะเป็น CD VCD DVD อยู่ที่บ้านก็เน้นที่เป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษครับ

1] ซื้อเทปเพลงสากล

ผมเริ่มต้นสมัยผมเริ่มชอบภาษาอังกฤษด้วยการเดินหาซื้อม้วนเทป สมัยเมื่อหลายปีที่แล้วยังไม่มี ซีดี วีซีดี ดีวีดี เหมือนสมัยนี้ครับ ตอนนั้นผมทำงานอยู่ย่านสีลมครับ บริเวณดังกล่าวจะมีร้านขายเทปเพลงสากลตรงข้ามกับวัดแขกครับ ใกล้กับตลาดวัดแขก ผมจะไปเลือกเพลงที่มีภาษาอังกฤษที่เป็นเนื้อเพลงพิมพ์ติดมากับปกเทปด้วยครับ เวลาที่ผมฟังเพลงไปผมก็จะเปิดอ่านเนื้อเพลงพร้อมกับร้องคลอตามเพลงไปด้วยครับ เพลงที่ผมซื้อตอนนั้นก็มีเพลงของท่าน Sir Cliff Richard, Boney M, Bee Gees, Sir Elton John, The Eagle, Michael Jackson, Scorpions, เป็นต้นครับ

ผมดูเหมือนจะเป็นคนหัวสูงมากเลยใช่ไหมครับ ชอบฟังเพลงฝรั่งตั้งแต่เด็กๆเลยครับ แต่ความจริง ผมก็ชอบและฟังเพลงทั้งของไทยและเทศครับ ไม่ว่าจะเป็นลูกทุ่ง ลูกกรุง สตริง ลำตัด หมอลำ มโนราห์ ฯ ผมสนใจทั้งหมดครับ แต่เพลงสากลนั้นนอกจากชอบฟังแล้วผมชอบภาษาอังกฤษเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วยครับ ผมก็จะใส่ใจเป็นพิเศษ

ในขณะที่ฟังเพลงสากลนั้นนะครับ จะมีคำศัพท์ที่ย่ออยู่มากเหมือนกัน หรือหลายๆคำจะเป็นคำศัพท์เฉพาะของเจ้าของภาษาเขา เราฟังแล้ว อ่านแล้ว ก็ยังไม่เข้าใจก็มีครับ แต่ผมพยายามอย่างต่อเนื่องครับคือจะค้นหาศัพท์จากดิกชันนารี่บ้าง ถามคนที่เก่งภาษาอังกฤษบ้าง ถามชาวต่างชาติเลยก็มี วิธีถามก็มีทั้งถามเมื่อมีโอกาสพบกัน โทรศัพท์ถาม ถามผ่านฟอรัมที่พูดคุยเรื่องต่างๆที่ใช้ภาษาอังกฤษครับ เช่น ฟอรัม businessadviceforum (BAF), forums.digitalpoint, forums.prospero,

2] บุกเล้าจ์โรงแรมหรู

เรื่องนี้ถือว่าเป็น Highlight ของผมเกี่ยวกับวิธีการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองของผมอีกเรื่องหนึ่งก็ได้ครับ

ผมเคยลงทุนเข้าโรงแรมหรูเพื่อนั่งฟังเพลงสากล เป็นวงร้องประจำอยู่ที่ล็อบบี้เล้าจน์ (Lobby lounge) ของโรงแรมแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิทครับ สมาชิกวงเป็นชาวฟิลิปินส์ ผมอยางฟัง อยากดู อยากเห็น ก็เดินเข้าไปในร้านดื้อๆคนเดียว สั่งเครื่องดื่มค็อกเทลหนึ่งแก้วแล้วนั่งลากยาวเลยครับ พอดีลูกค้าในร้านวันนั้นมีน้อยอยู่ก็เลยไม่น่าเกลียด ผมคิดว่านั่งฟังเพลงเป็นเพื่อนนักร้องไปด้วย เขาจะได้ไม่เหงาไงครับ

ระหว่างที่ผมนั่งฟังเพลงอยู่นั้น นักร้องก็จะพูดเป็นระยะๆว่า "สามารถขอเพลงได้ครับ"[Tell us what song you would like to listen, we gonna play for you."] เป็นโอกาสที่ผมจะได้พูดภาษาอังกฤษอีกแล้วครับ ผมคิดในใจ ไม่รอช้าผมขอเพลงทันทีทันใดที่เขาพูดจบ "Can you play Handy Man please? จำได้ว่าผมขอฟังเพลง Handy Man ของ James Taylor ครับ "Thanks for your request, why do you request this song?" นักร้องนำกล่าวขอบคุณผมพร้อมกับยิงคำถามกลับมาด้วย "Well, I think the song is composted with a good meaning, I like its meaning" ผมตอบเขาว่า ผมชอบความหมายของเนื้อเพลงหน่ะ

หลังจากนั้นผมก็ขอตามไปอีกประมาณสาม สี่เพลงเห็นจะได้มั้ง ขอจนเขาไม่ร้องตามคำขอของผมเลยครับ สงสัยว่าจะรำคาญลูกค้าอย่างผมซะหล่ะมั้ง แต่คิดบวกดูอีกที เขาน่าจะร้องเพลงที่ผมขอไปไม่ได้มั้ง คิดได้อย่างนี้แล้วค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย วันนั้นกลับบ้านดึกเลยครับ ผมโชคดีแม้ว่าจะมีพฤติกรรมที่แปลกแหวกแนวแบบนี้ แต่ครอบครัวเข้าใจผมเสมอ

3] โดนแซวอย่างแรงว่าขอเพลงผิดหรือเปล่า

ไม่อยากจะเล่าเลยครับ เพราะนึกถึงแล้วยังเจ็บใจไม่หาย เรื่องราวประมาณว่าเพื่อนของผมคนหนึ่งชวนไปร้องเพลงในร้านคาราโอเกะ(Karaoke) เป็นร้านที่อยู่ในจังหวัดระนองครับ ทางร้านจะมีทั้งเพลงไทย เพลงสากลและเพลงจีน เป็นต้น ไว้คอยให้บริการลูกค้า ใครอยากร้องเพลงอะไรก็จดชื่อเพลงให้กับทางร้านแล้วเขาจะเปิดให้เราร้องครับ ดังนั้นถ้ามีลูกค้าเยอะหน่อยก็จะต้องรอคิวนานหน่อยครับจนกว่าจะเวียนจนครบรอบมาถึงโต๊ะของลูกค้าที่จองเพลงกันไว้

วันนั้นผมขอเพลงของ James Taylor "Handy Man" ครับผม ที่ขอเพลงนื้เพราะชอบทำนองตอนที่เขาร้องว่า "Comma, comma, comma, com, com, yeah, yeah, yeah. Comma, comma, comma, com, com, yeah, yeah, yeah" มันไพเราะดีนะคุณ เป็นเพลงเก่า แต่นำมาเล่ากันได้เรื่อยๆครับ ไม่ต่างอะไรกับคำโฆษณาที่ว่า "เหล้าเก่าในขวดใหม่" ยังไงยังงั้นเลยครับ

แต่ว่า..เหตุการณ์ในร้านคาราโอเกะวันนั้นมันช่างสวนทางกับเพลงเพราะที่ผมร้องซะจริง ผมเกือบจะได้ร้องกันเพลงอย่างมีความสุขเคล้าน้ำตาสิไม่ว่า เหตุมันเป็นอย่างนี้ครับ พอเสียงเพลงที่ผมขอไปดังขึ้นแค่นั้นแหล่ะ ก็มีเสียงตะโกนมาจากลูกค้าโต๊ะอื่นในร้านว่า "ขอเพลงผิดหรือเปล่า"  อื้อฮือ!!! ผมหูอื้อนิดๆเหมือนโดนยาชาที่กำลังเริ่มออกฤทธิ์เลย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรครับ ผมทำหน้าที่ของผมจนจบไปได้ด้วยดีไม่มีปัญหาครับ ร้องแบบกระท่อนกระแท่น จบแบบพอกะเทิน ไม่ได้เว่อร์อะไรหรอกนะครับ เพียงแค่อยากทชจะทำอะไรที่มีภาษาอังกฤษแทรกอยู่ด้วยในทุกเรื่องทุกราวไปครับ ฮึฮึ

ก็ทุกโต๊ะเขาร้องเพลงไทยกัน ร้องเพลงพม่ากัน มีแต่ผมนี่แหล่ะที่ผ่าเหล่า ฉีกกฏร้านคาราโอเกะพื้นบ้านขอเพลงฝรั่ง ก็เลยต้องเจอไปหนึ่งเม็ดอย่างแรงเต็มๆแบบนี้แหล่ะขอรับเจ้านาย...หร่อยจังฮู้!!!

See more:
เคล็ดลับที่ 4
เคล็ดลับที่ 5
เคล็ดลับที่ 7
เคล็ดลับที่ 8

ความคิดเห็น